กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

กฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2546)

ดาวน์โหลด PDF

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2546)

ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย – มาเลเซีย

พ.ศ. 2533

                  

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 18 (9) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย – มาเลเซีย พ.ศ. 2533 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ 

                        ข้อ 1  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 18/1 ในหมวด 4 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย – มาเลเซีย พ.ศ. 2533

                        “ข้อ 18/1  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องทำให้มั่นใจว่า

                        (1) การขนถ่ายปิโตรเลียมได้ดำเนินการอย่างปลอดภัยตามทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดีซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยองค์กรร่วม

                        (2) สิ่งติดตั้งใด ๆ ในทะเลหรือเรือกักเก็บปิโตรเลียมและเครื่องอำนวยความสะดวกในการขนถ่ายปิโตรเลียมต้องได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดีตลอดเวลา และต้องได้รับการตรวจรับรองตามกำหนดเวลาจากองค์กรตรวจรับรองที่สากลยอมรับ

                        (3) มีแผนปฏิบัติการเพื่อใช้ในกรณีที่มีอุบัติเหตุร้ายแรงหรือมีเหตุฉุกเฉินในระหว่างการดำเนินการขนถ่ายปิโตรเลียม และแผนปฏิบัติการดังกล่าวต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยเป็นครั้งคราว

                        (4) ผู้แทน ตัวแทน และพนักงานที่ปฏิบัติงานในทะเลมีความคุ้นเคยและได้รับการฝึกเพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติการใน (3)”

 

                        ข้อ 2  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด 6 การผลิตปิโตรเลียม ข้อ 20 ข้อ 21 ข้อ 22 ข้อ 23 ข้อ 24 และข้อ 25 หมวด 7 การป้องกันมลพิษ ข้อ 26 และหมวด 8 การเคลื่อนย้าย การกำจัด การรื้อถอน และการกอบกู้ ข้อ 27 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย – มาเลเซีย พ.ศ. 2533

 

 


“หมวด 6

การผลิตปิโตรเลียม

                  

 

                        ข้อ 20  ก่อนดำเนินการผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ตามสัญญา ตามแผนงานและงบประมาณที่ได้รับความเห็นชอบจากองค์กรร่วมตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต ผู้ได้รับสัญญาจะต้องเสนอข้อสนเทศเกี่ยวกับการผลิตปิโตรเลียมอย่างเพียงพอโดยทำเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนเพื่อให้องค์กรร่วมตรวจพิจารณาและให้ความเห็นชอบ  ทั้งนี้ ข้อสนเทศที่เสนออย่างน้อยต้องประกอบด้วย

                        (1) วิธีการพัฒนาและแผนการผลิต

                        (2) สถานที่ติดตั้งของสิ่งติดตั้งในทะเล

                        (3) ชื่อและสถานที่ติดต่อของตัวแทนของผู้ได้รับสัญญา

                        (4) รายละเอียดที่สำคัญเกี่ยวกับกิจกรรมในการพัฒนาและการผลิตปิโตรเลียม

                        ในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น องค์กรร่วมอาจสั่งให้ผู้ได้รับสัญญาส่งข้อสนเทศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมในการผลิตปิโตรเลียมนั้นได้ และผู้ได้รับสัญญาจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้น

 

                        ข้อ 21  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องใช้ความระมัดระวังที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการเผา (burning or flaring) หรือระบายปิโตรเลียมในปริมาณที่มากเกินสมควรสู่บรรยากาศ เว้นแต่การเผาหรือระบายปิโตรเลียมนั้นมีเหตุจำเป็นด้านความปลอดภัยหรือด้านเทคนิคที่เกี่ยวกับกิจกรรมการผลิต

                        ห้ามมิให้ผู้ได้รับสัญญาเผาหรือระบายปิโตรเลียมในปริมาณที่มากเกินสมควร เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากองค์กรร่วมก่อน

 

                        ข้อ 22  เพื่อให้การแสวงประโยชน์จากปิโตรเลียมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ ผู้ได้รับสัญญาจะต้องดำเนินการทุกวิถีทางตามทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดีซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยองค์กรร่วม เพื่อ

                        (1) อนุรักษ์ปิโตรเลียม

                        (2) ป้องกันการสูญเปล่าของปิโตรเลียม

                        (3) ป้องกันมิให้โครงสร้างกักเก็บปิโตรเลียมเสียหาย

                        (4) ป้องกันมิให้มีการไหลของน้ำหรือก๊าซเข้ามาในชั้นหินกักเก็บปิโตรเลียมในลักษณะที่ขัดขวางการผลิตปิโตรเลียม (water coning or gas gasping)

 

                        ข้อ 23  ผู้ได้รับสัญญาจะต้อง

                        (1) ติดตั้งระบบมาตรวัดอัตราการไหลที่เหมาะสม เพื่อวัดปริมาณปิโตรเลียมที่จะขาย โดยได้รับความเห็นชอบจากองค์กรร่วม

                        (2) ได้รับความเห็นชอบจากองค์กรร่วมเกี่ยวกับสถานที่ติดตั้งระบบมาตรวัดอัตราการไหลและการเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดตั้งดังกล่าว

                        (3) ดำเนินการให้การติดตั้งระบบมาตรวัดอัตราการไหลและการบำรุงรักษาระบบดังกล่าว วิธีการวัด และการปรับเทียบอุปกรณ์วัดอัตราการไหลตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นไปตามทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดีซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยองค์กรร่วม

                        (4) ไม่ขนส่งปิโตรเลียมที่จะขายโดยไม่ผ่านระบบมาตรวัดอัตราการไหล เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการผลิตปิโตรเลียม หรือได้รับความเห็นชอบจากองค์กรร่วมก่อน

 

                        ข้อ 24  ผู้ได้รับสัญญาจะต้อง

                        (1) บำรุงรักษาเครื่องอำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน โครงก่อสร้างและท่อขนส่งทั้งปวงภายในพื้นที่ตามสัญญา ให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีตลอดเวลาตามทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดีซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยองค์กรร่วม

                        (2) ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการกำหนดแผนการบำรุงรักษาสำหรับเครื่องอำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน โครงก่อสร้างและท่อขนส่งทั้งปวง และมีการกำหนดให้คนงานของผู้ได้รับสัญญาทำการบำรุงรักษาตามแผนดังกล่าว

 

                        ข้อ 25  ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหลุมผลิตปิโตรเลียมเพื่อใช้เป็นหลุมอัดน้ำหรือก๊าซเพื่อใช้ในการผลิตปิโตรเลียม (injection well) หลุมกำจัดของไหลจากการผลิต (disposal well) หลุมนำร่องทางข้าง (sidetrack well) หรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อื่นใด ผู้ได้รับสัญญาต้องเสนอเหตุผลและวิธีการเปลี่ยนแปลงหลุมผลิตปิโตรเลียมเป็นหนังสือต่อองค์กรร่วมเพื่อให้ความเห็นชอบ

 


หมวด 7

การป้องกันมลพิษ

                  

                        ข้อ 26  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องใช้ความระมัดระวังที่จำเป็นตามทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดีซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยองค์กรร่วม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของของไหลที่เป็นพิษหรือสารเคมีที่เป็นพิษที่อาจนำมาใช้หรือเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิตสู่บรรยากาศหรือทะเลในบริเวณพื้นที่ตามสัญญา

 

 


หมวด 8

การเคลื่อนย้าย การกำจัด การรื้อถอน และการกอบกู้

                  

                        ข้อ 27  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องรับผิดชอบในการดำเนินงานที่จำเป็นทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้าย (removal) การกำจัดที่สมควร (proper disposal) การรื้อถอน (decommissioning) หรือการกอบกู้ (salvage) แท่นผลิตหรือสิ่งติดตั้งใดในทะเล รวมทั้งโครงก่อสร้างเทียมและอุปกรณ์ปากหลุมที่องค์กรร่วมเห็นว่าใช้ประโยชน์มิได้หรือไม่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานอีกต่อไป โดยสอดคล้องกับทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดีซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยองค์กรร่วม  ทั้งนี้ ผู้ได้รับสัญญาจะต้องเสนอแผนงานโดยละเอียดสำหรับการเคลื่อนย้าย การกำจัดที่สมควร การรื้อถอน หรือการกอบกู้ต่อองค์กรร่วมเพื่อให้ความเห็นชอบ”

 

 

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2546

พรหมินทร์  เลิศสุริย์เดช

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

 

 


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย – มาเลเซีย พ.ศ. 2533 ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการสำรวจและแสวงประโยชน์จากปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วม มิได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแสวงประโยชน์โดยการพัฒนาและผลิตปิโตรเลียมไว้ จึงสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแสวงประโยชน์ดังกล่าว เพื่อให้ผู้ได้รับสัญญาปฏิบัติตาม และโดยที่มาตรา 18 (9) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย – มาเลเซีย พ.ศ. 2533 บัญญัติให้การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการสำรวจและแสวงประโยชน์จากปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนา ต้องกระทำโดยการออกกฎกระทรวงโดยความเห็นชอบของรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซีย  บัดนี้ รัฐบาลของประเทศทั้งสองได้ให้ความเห็นชอบในหลักเกณฑ์และวิธีการแสวงประโยชน์ดังกล่าวแล้ว  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

นภาพร/ผู้จัดทำ

30 พฤษภาคม 2556


วิชพงษ์/ตรวจ

3 มิถุนายน 2556