กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2540)

ดาวน์โหลด PDF

 กฎกระทรวง

ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2540)

ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย

พ.ศ. 2533

                  

 

 

พระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 18 (9) และ (10) แห่ง

 

หมวด 1

ข้อความเบื้องต้น

                  

 

ข้อ 1  ในกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“ผู้ได้รับสัญญา” หมายความว่า บุคคลใด ๆ ซึ่งทำสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับองค์กรร่วมตามมาตรา 17 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 เพื่อวัตถุประสงค์ในการสำรวจและแสวงประโยชน์จากปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วม และให้หมายความรวมถึงผู้ดำเนินงานซึ่งแต่งตั้งโดยผู้ได้รับสัญญา ผู้รับจ้างช่วง ผู้รับโอนซึ่งได้รับอนุญาตและตัวแทนด้วย

“กิจการปิโตรเลียม” หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต เพื่อการสำรวจและ/หรือแสวงประโยชน์จากปิโตรเลียมในพื้นที่ตามสัญญา รวมทั้งการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมและการผลิตปิโตรเลียม

“พื้นที่ตามสัญญา” หมายความว่า พื้นที่ที่ระบุไว้ในสัญญาใด ๆ ที่ได้ทำขึ้นตามมาตรา 17 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533

 

หมวด 2

การสำรวจและการเจาะ

                  

 

ข้อ 2  ก่อนดำเนินการสำรวจใด ๆ ในพื้นที่ตามสัญญา ตามแผนงานและงบประมาณที่ได้รับความเห็นชอบจากองค์กรร่วมตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต ผู้ได้รับสัญญาจะต้องเสนอข้อสนเทศเกี่ยวกับการสำรวจดังกล่าวอย่างเพียงพอเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็บสิบสองชั่วโมงต่อองค์กรร่วมเพื่อให้ความเห็นชอบ  ทั้งนี้ ข้อสนเทศที่เสนออย่างน้อยประกอบด้วย

(1) วิธีการสำรวจ

(2) กำหนดเวลาและระยะเวลาของการทำงาน

(3) ชื่อและสถานที่ติดต่อของตัวแทนของผู้ได้รับสัญญา

(4) รายละเอียดที่สำคัญเกี่ยวกับกิจกรรมในการสำรวจ

ในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น องค์กรร่วมอาจสั่งให้ผู้ได้รับสัญญาส่งข้อสนเทศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมในการสำรวจนั้นได้ และผู้ได้รับสัญญาจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้น

 

ข้อ 3  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องไม่ประกอบกิจการปิโตรเลียมใด ๆ ในพื้นที่ตามสัญญา ในลักษณะที่อาจจะกระทบกระเทือนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรต่อการเดินเรือ หรือการประมงในห้วงน้ำของพื้นที่ตามสัญญาหรือต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีชีวิตในทะเล

 

ข้อ 4  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องใช้ความระมัดระวังทุกประการอันจำเป็นตามทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดี ที่จะ

(1) ป้องกันไม่ให้ปิโตรเลียมรั่วหรือไหลซึมไปสู่ทะเลหรือพื้นดินใต้ทะเล

(2) ป้องกันไม่ให้ของไหลที่มีพิษหรือสารเคมีที่มีพิษลงสู่ทะเล

(3) ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ชั้นกักเก็บน้ำจืดระดับตื้นหรือแหล่งน้ำใต้ดิน

(4) ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ชั้นหรือโครงสร้างกักเก็บปิโตรเลียม และ

(5) ป้องกันไม่ให้น้ำจากภายนอกไหลผ่านหลุมเจาะไปสู่ชั้นหรือโครงสร้างกักเก็บปิโตรเลียม เว้นแต่เป็นน้ำที่ใช้เพื่อกระบวนการผลิตชั้นที่สองหรือใช้เพื่อรักษาระดับความดันของแหล่งสะสมปิโตรเลียม

 

ข้อ 5  การเจาะหลุมใด ๆ ที่ใช้วิธีการเจาะแบบหมุน ผู้ได้รับสัญญาจะต้อง

(1) ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการพลุ่งของปิโตรเลียม และแผงควบคุมอุปกรณ์ดังกล่าวให้อยู่ในที่ที่พร้อมที่จะเข้าไปปฏิบัติการได้ทันที ในกรณีที่จำเป็นตามทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดี

(2) ทดสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ป้องกันการพลุ่งของปิโตรเลียมนั้นอย่างถูกต้องและตามกำหนดเวลาให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดีตลอดเวลาในระหว่างทำการเจาะ และ

(3) ทำให้มั่นใจว่าตลอดเวลาที่ทำการเจาะนั้น น้ำโคลนที่ใช้ในการเจาะทั้งในหลุมหรือที่อยู่บนแท่นเจาะมีปริมาณและน้ำหนักเพียงพอ รวมทั้งคุณภาพดีเพียงพอต่อการใช้เพื่อรักษาดุลของความดันของของไหลในโครงสร้างใต้ดิน และป้องกันการพลุ่งของของไหลในโครงสร้างจากใต้ดิน

 

ข้อ 6  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องไม่เจาะหลุมใด ๆ ให้มีแนวของหลุมล้ำหรืออยู่นอกเขตตามแนวดิ่งของพื้นที่ตามสัญญา

ห้ามมิให้เจาะหลุมใด ๆ ภายในพื้นที่ตามสัญญาที่จะทำให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของหลุมอยู่ห่างจากเขตตามแนวดิ่งของพื้นที่ตามสัญญาน้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบห้าเมตร เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากองค์กรร่วมก่อน

 

ข้อ 7  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องยื่นข้อเสนอและแผนการเจาะของแต่ละหลุมเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบสองชั่วโมง เพื่อให้องค์กรร่วมตรวจพิจารณาและให้ความเห็นชอบ

ผู้ได้รับสัญญาจะต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากองค์กรร่วมก่อน

(1) เริ่มเจาะหลุมใด ๆ ในพื้นที่ตามสัญญา หรือ

(2) กลับเข้าไปเจาะหลุมใด ๆ ที่ได้มีการระงับการเจาะไว้

  

หมวด 3

การสละหลุม

                  

 

ข้อ 8  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องไม่สละหลุมใด ๆ โดย

(1) มิได้ปิดหลุมนั้นตามกฎกระทรวงนี้ และ

(2) มิได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากองค์กรร่วมก่อน

การปิดหลุมใด ๆ ต้องดำเนินการตาม

(1) รายการจำเพาะที่ได้รับความเห็นชอบจากองค์กรร่วมสำหรับหลุมนั้นหรือสำหรับหลุมทั่ว ๆ ไป หรือสำหรับประเภทของหลุมซึ่งหลุมนั้นรวมอยู่ด้วย และ

(2) ทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดี

  

หมวด 4

ความปลอดภัย

                  

 

ข้อ 9  แท่นเจาะ แท่นผลิต หรือสิ่งติดตั้งอื่นใดในทะเลจะต้องอยู่ในระยะห่างที่ปลอดภัยตามทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดี จากแท่นเจาะแท่นผลิต สิ่งติดตั้งอื่นในทะเล ประภาคาร เครื่องหมายช่วยการเดินเรือ สายเคเบิลและท่อใต้ทะเลอื่น แล้วแต่กรณี

ผู้ได้รับสัญญาจะต้อง

(1) จัดให้มีเขตปลอดภัยที่เหมาะสมรอบแท่นเจาะ แท่นผลิต หรือสิ่งติดตั้งอื่นในทะเล โดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากองค์กรร่วมก่อน

(2) ทำให้มั่นใจว่ารัศมีของเขตปลอดภัยดังกล่าวจะต้องมีระยะห่างไม่เกินห้าร้อยเมตรรอบแท่นเจาะ แท่นผลิต หรือสิ่งติดตั้งอื่นในทะเล

(3) ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งปวงเพื่อให้มั่นใจว่าภายในเขตปลอดภัยดังกล่าวมีความปลอดภัยเกี่ยวกับการเดินเรือ และเกี่ยวกับแท่นเจาะ แท่นผลิต หรือสิ่งติดตั้งอื่นในทะเล และ

(4) ประกาศให้สาธารณชนทราบโดยทั่วไปตามความเหมาะสมเกี่ยวกับขอบเขตของเขตปลอดภัยดังกล่าว

 

ข้อ 10  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องทำให้มั่นใจว่าเรือ อากาศยาน แท่นเจาะ แท่นผลิต หรือสิ่งติดตั้งอื่นในทะเล ซึ่งใช้หรือเกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมมีการติดตั้งระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่เชื่อถือได้ตามทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่ดี ซึ่งสามารถถ่ายทอดข้อสนเทศหรือข้อความสื่อสารกับสำนักงานบนชายฝั่งของผู้ได้รับสัญญาได้ และผู้ได้รับสัญญาหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสามารถใช้ทำการสื่อสารได้ในกรณีฉุกเฉิน

 

ข้อ 11  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่จำเป็นทั้งปวงเพื่อทำให้มีความปลอดภัยที่ทุกแท่นเจาะ แท่นผลิตและสิ่งที่ติดตั้งอื่นในทะเล และต้องจัดให้มีการฝึกซ้อมและชี้แจงสรุปด้านความปลอดภัยให้แก่คนงานอย่างสม่ำเสมอ

 

ข้อ 12  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องทำให้มั่นใจว่ามีการติดตั้งระบบดังเพลิงที่เชื่อถือได้ให้เพียงพอตามที่จำเป็น บนเรือ อากาศยาน แท่นเจาะ แท่นผลิตทั้งปวง หรือสิ่งติดตั้งอื่นในทะเลที่ใช้หรือเกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม

อุปกรณ์ดับเพลิงทั้งปวงต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องและเก็บรักษาให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะใช้การได้ทันท่วงทีตลอดเวลา

 

ข้อ 13  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องแจ้งต่อองค์กรร่วมในกรณีที่มีอุบัติเหตุหรือเหตุใด ๆ เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการปิโตรเลียม ซึ่งเป็นเหตุให้คนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต หรือเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือสิ่งแวดล้อม

การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ต้องกระทำโดยพลันภายในเจ็บสิบสองชั่วโมง นับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุนั้น และการแจ้งดังกล่าวต้องรวมถึง

(1) รายละเอียดอย่างเพียงพอของอุบัติเหตุหรือเหตุนั้น ซึ่งรวมถึงสภาพ ความเสียหาย และความสูญเสียที่เกิดขึ้น และ

(2) มาตรการเร่งด่วนที่ผู้ได้รับสัญญาดำเนินการต่อสถานการณ์นั้น

 

ข้อ 14  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องทำให้มั่นใจว่าคนงานทั้งปวงซึ่งทำงานอยู่บนทุกแท่นเจาะ แท่นผลิต หรือสิ่งติดตั้งอื่นในทะเลได้รับและสวมใส่อย่างถูกต้องซึ่งเครื่องแบบป้องกันภัยในการทำงานที่เหมาะสม รวมทั้งหมวกนิรภัย รองเท้าหุ้มข้อ ถุงมือ แว่นตา และสิ่งป้องกันภัยอื่น ๆ ที่จำเป็น

 

ข้อ 15  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องทำให้มั่นใจว่าได้มีการจัดให้มีบรรดายารักษาโรค บริภัณฑ์ทางการแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งผ่านการฝึกอบรมที่จำเป็นต่อการปฐมพยาบาล ประจำอยู่ที่ทุกแท่นเจาะ แท่นผลิต และสิ่งติดตั้งอื่นในทะเลที่มีคนประจำอยู่ เพื่อให้การปฐมพยาบาลได้ทันท่วงทีแก่คนงานซึ่งประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย

 

ข้อ 16  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องจัดให้มีอย่างเพียงพอซึ่งที่พักอาศัยที่สะอาด อาหารที่ปลอดภัยและเป็นคุณแก่ร่างกาย น้ำดื่มและน้ำใช้อย่างอื่น แสงสว่าง และส้วมที่ถูกสุขลักษณะสำหรับคนงานไว้ที่ทุกแท่นเจาะ แท่นผลิต และสิ่งติดตั้งอื่นในทะเลที่มีคนประจำอยู่

 

ข้อ 17  ผู้ได้รับสัญญาจะต้อง

(1) จัดให้มีทะเบียนล่าสุดของคนงานซึ่งทำงานอยู่บนทุกแท่นเจาะ แท่นผลิต และสิ่งติดตั้งอื่นในทะเล ที่มีคนประจำอยู่ และ

(2) มีข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อ หลักฐานที่เกี่ยวกับตัวบุคคล สถานที่ติดต่อ อายุ สัญชาติ และญาติใกล้ชิด ของคนงานระบุไว้ในทะเบียนดังกล่าวเป็นอย่างน้อย

ผู้ได้รับสัญญาจะต้อง

(1) ทำให้มั่นใจว่าเมื่อมีคนงานเข้ามาหรือออกไปจากแท่นเจาะ แท่นผลิต และสิ่งติดตั้งอื่นในทะเลดังกล่าว จะมีการลงทะเบียนให้ทันสมัยในทะเบียนนั้นโดยไม่ชักช้า และ

(2) เก็บรักษาทะเบียนนั้นไว้ในที่ปลอดภัย และส่งสำเนาหนึ่งชุดไปยังสำนักงานบนฝั่งของผู้ได้รับสัญญาอย่างสม่ำเสมอ และทำให้มั่นใจว่าทะเบียนและสำเนาดังกล่าวพร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้เมื่อองค์กรร่วมร้องขอ

 

ข้อ 18  ผู้ได้รับสัญญาจะต้องทำให้มั่นใจว่าบนทุกแท่นเจาะ แท่นผลิตและสิ่งติดตั้งอื่นในทะเลที่มีคนประจำอยู่ ได้จัดให้มีเรือช่วยชีวิต แพชูชีพ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่น ๆ ที่เพียงพอสำหรับทุกคนเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน

เรือช่วยชีวิต แพชูชีพ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตดังกล่าวต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องและทดสอบอย่างสม่ำเสมอ และเก็บรักษาให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะใช้การได้ทันท่วงทีตลอดเวลา

  

หมวด 5

การตรวจสอบ

                  

 

ข้อ 19  ให้เจ้าหน้าที่ขององค์กรร่วมซึ่งได้รับแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 มีอำนาจเข้าไปยังแท่นเจาะ แท่นผลิต หรือสิ่งติดตั้งอื่นในทะเล และอุปกรณ์ที่ใช้หรือจะใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วม หรือในสิ่งอำนวยความสะดวกบนบกของผู้ได้รับสัญญา เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบและเพื่อให้ทราบว่าการประกอบกิจการปิโตรเลียมได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 และกฎกระทรวงนี้หรือไม่

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2540

กร  ทัพพะรังสี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย ได้ทำสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับบริษัทผู้ได้รับสัญญาเพื่อทำการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมแล้ว จึงสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการสำรวจและแสวงประโยชน์จากปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมเพื่อให้ผู้ได้รับสัญญาปฏิบัติตาม และสมควรกำหนดอำนาจในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ขององค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย แต่โดยที่มาตรา 18 (9) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 ได้บัญญัติให้การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการสำรวจและแสวงประโยชน์จากปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมและการกำหนดเรื่องอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในอันที่จะทำให้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้บังเกิดผลต้องกระทำโดยการออกกฎกระทรวง ด้วยความเห็นชอบของรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซีย  บัดนี้ รัฐบาลของประเทศทั้งสองได้ให้ความเห็นชอบในร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการดังกล่าวแล้ว สมควรออกกฎกระทรวงให้เป็นหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นภาพร/ผู้จัดทำ

30 พฤษภาคม 2556

 

วิชพงษ์/ตรวจ

 3 มิถุนายน 2556