กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

เอกสารแนบ - ประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice : CoP) สำหรับผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมซึ่งยังผลิตได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นอายุสัมปทาน พ.ศ. 2563

ดาวน์โหลด PDF

 

ประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice : CoP)
สำหรับผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม
ซึ่งยังผลิตได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นอายุสัมปทาน พ.ศ. 2563

                              

 

๑. บทนำ

          ประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice : CoP) ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ได้รับสิทธิในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมภายใต้พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในแปลงสำรวจบนบกที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมซึ่งยังผลิตได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นอายุสัมปทาน และเป็นแปลงสำรวจที่กำหนดให้มีการใช้สิ่งติดตั้งที่รับมอบจากรัฐเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการผลิตปิโตรเลียมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นแปลงสำรวจที่มีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment Report : EIA) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ มาก่อน ให้ปฏิบัติตามมาตรการได้อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน

๒. คำจำกัดความ

          ผู้ได้รับสิทธิ หมายความว่า ผู้ได้รับสิทธิในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรายใหม่ภายใต้พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในแปลงสำรวจบนบกที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมซึ่งยังผลิตได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นอายุสัมปทาน และเป็นแปลงสำรวจที่กำหนดให้มีการใช้สิ่งติดตั้งที่รับมอบจากรัฐเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการผลิตปิโตรเลียมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
          สิ่งติดตั้ง หมายความว่า ฐานหลุมผลิต สถานีผลิต หรือจุดเผาก๊าซ สิ่งปลูกสร้าง และอุปกรณ์อื่นใดบนบกที่จำเป็นในการผลิต เก็บรักษา หรือขนส่งปิโตรเลียม ที่ผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้รับมอบจากรัฐให้นำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกนั้น
          เปลี่ยนแปลง หมายความว่า การเพิ่ม กำลังการผลิต จำนวนฐานหลุมผลิต จำนวนหลุมผลิต จำนวนท่อขนส่ง ขนาดพื้นที่ฐาน รวมถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตหรือการขนส่ง ตลอดจนการกระทำอื่นใดที่ส่งผลให้สิ่งติดตั้งที่ได้รับมอบจากรัฐมีสภาพ สถานะ หรือวิธีการผลิต รวมถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม แตกต่างไปจากรายละเอียดในการดำเนินกิจกรรมตามที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการที่ได้รับความเห็นชอบมาก่อน
          กำลังการผลิต หมายความว่า อัตราสูงสุดที่ระบบการผลิตจะสามารถรองรับได้และเป็นอัตราการผลิตที่ไม่เกินกว่าที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
          อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
         

๓. โครงการที่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามประมวลหลักปฏิบัติ (Code of Practice)

          โครงการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมซึ่งยังผลิตได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นอายุสัมปทาน และเป็นแปลงสำรวจที่กำหนดให้มีการใช้สิ่งติดตั้งที่รับมอบจากรัฐเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการผลิต ปิโตรเลียมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นแปลงสำรวจที่มีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) มาก่อน

๔. กลไกการบังคับใช้

          ๔.๑ ผู้ได้รับสิทธิ จะต้องใช้สิ่งติดตั้งของรัฐที่มีอยู่ในแปลงสำรวจที่ได้รับสิทธิ เพื่อประโยชน์ในการผลิตปิโตรเลียมให้เกิดความต่อเนื่อง ภายใต้เงื่อนไขที่ใช้ฐานหลุมผลิตเดิม จำนวนหลุมผลิตตามที่ระบุไว้ในโครงการเดิม ขนาดพื้นที่เท่าเดิม และอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบจากรัฐ โดยผู้ได้รับสิทธิจะต้องจัดทำและเสนอ รายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) สำหรับโครงการผลิตปิโตรเลียม ต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเพื่อขอรับความเห็นชอบ ที่ไม่น้อยกว่าข้อมูลที่ได้เคยมีการนำเสนอไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงาน ฯ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมนั้น รวมถึงให้สอดคล้องกับประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) นี้ โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติอาจสั่งให้ผู้ได้รับสิทธิเพิ่มเติมมาตรการ ฯ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมก็ได้
          ๔.๒ ในระหว่างดำเนินการผลิตปิโตรเลียม หากผู้ได้รับสิทธิประสงค์เปลี่ยนแปลงรายละเอียดในรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ ตามข้อ ๔.๑ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
                    ๑) การเพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อความครบถ้วนในการปฏิบัติตามรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติตามข้อ ๔.๑ ให้แจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีเพื่อขอรับความเห็นชอบ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีแล้ว ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ ที่ต้องปฏิบัติด้วย
                    ๒) การเปลี่ยนแปลงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความครบถ้วนในการปฏิบัติตามรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ ผู้ได้รับสิทธิต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ตามกระบวนการทางกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมก่อน จึงสามารถดำเนินการได้ และเมื่อรายงานการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว ให้ถือว่ารายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ ที่เคยได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๔.๑ สิ้นผลไปด้วย
                    ๓) การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดำเนินการผลิตปิโตรเลียมในฐานหลุมผลิต ฐานผลิต หรือสถานีผลิตแห่งใดแห่งหนึ่งตามที่ระบุไว้ในรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติที่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีไว้แล้ว ผู้ได้รับสิทธิต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่เฉพาะฐานหรือสถานีผลิตที่เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการทางกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมก่อน จึงสามารถดำเนินการได้ และเมื่อรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว ให้ถือว่ารายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติเฉพาะฐานหรือสถานที่ผลิตที่เปลี่ยนแปลง ที่เคยได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๔.๑ สิ้นผลไปด้วย
                    ๔) การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดำเนินกิจกรรมใด ๆ เนื่องจากข้อร้องเรียนซึ่งส่งผลให้กิจกรรมต่าง ๆ แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติที่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีไว้แล้ว ให้ผู้ได้รับสิทธิแจ้งเป็นหนังสือเสนอต่ออธิบดีเพื่อขอรับความเห็นชอบ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีแล้ว จึงสามารถดำเนินการได้
                    ๕) ในกรณีเกิดเหตุอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน เพื่อป้องกันการสูญเสียหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ผู้ได้รับสิทธิสามารถดำเนินการแตกต่างจากที่ระบุในรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติได้เท่าที่จำเป็นไปพลางก่อน แต่ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เกิดหรือทราบถึงเหตุ และรายงานการดำเนินการที่แตกต่างไปจากรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุดังกล่าวด้วย
          ๔.๓ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสิ่งแวดล้อมและป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดต่อสิ่งแวดล้อม อธิบดีอาจสั่งให้ผู้ได้รับสิทธิจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมก็ได้ อย่างไรก็ตามในกรณีดังกล่าวให้ผู้ได้รับสิทธิ ดำเนินกิจกรรมการผลิตให้เป็นไปตามรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) สำหรับโครงการผลิตปิโตรเลียมที่เคยได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๔.๑ โดยอนุโลม จนกว่ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับใหม่จะได้รับความเห็นชอบ
         

๕. มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม

          ผู้ได้รับสิทธิ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ระบุไว้ใน รายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) สำหรับโครงการผลิตปิโตรเลียม สำหรับพื้นที่ผลิตในแปลงสำรวจบนบกที่ได้รับสิทธินั้นตามที่ได้รับความเห็นชอบไว้จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
         

๖. การจัดทำรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP)

          รายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) สำหรับโครงการผลิตปิโตรเลียมประกอบไปด้วยข้อมูลอย่างน้อย ดังนี้
          ๖.๑ บทสรุปผู้บริหาร
          ๖.๒ ประวัติและความเป็นมาของโครงการ
          ๖.๓ ข้อมูลรายละเอียดโครงการ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ที่ตั้งโครงการ สถานะปัจจุบันของสิ่งติดตั้งที่รับมอบจากรัฐ วิธีการดำเนินการ และขั้นตอนการจัดการข้อร้องเรียน เป็นต้น
          ๖.๔ แผนการดำเนินงานของโครงการ
          ๖.๕ มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่สอดคล้องกับข้อมูลที่นำเสนอไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ ฯ สำหรับพื้นที่ผลิตที่เคยมีการผลิตนั้นมาก่อนตามที่เคยได้รับความเห็นชอบจาก คชก.

                    ส่วนที่ ๑ มาตรการทั่วไป
                    ๑) ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) สำหรับโครงการผลิตปิโตรเลียม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำกับ ควบคุม ติดตาม และตรวจสอบของหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง ประชาชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง
                    ๒) ให้รายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดใน “รายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) สำหรับโครงการผลิตปิโตรเลียม” ต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเพื่อพิจารณาทุกหนึ่งปี โดยนำส่งรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ของปีนั้น ๆ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ในกรณีที่ไม่สามารถนำส่งผลการปฏิบัติตามมาตรการฯ ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้มีหนังสือแจ้งเหตุผลความจำเป็นมายังกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อขอขยายระยะเวลา ทั้งนี้ สามารถขอขยายได้ไม่เกิน ๓๐ วัน พร้อมทั้งสำเนารายงานนั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอันเป็นที่ตั้งของโครงการทราบด้วย
                    ๓) จัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนที่เกิดจากการดำเนินโครงการ โดยผู้ได้รับสิทธิจะต้องตรวจสอบและชี้แจงเบื้องต้นกับผู้ร้องเรียนโดยเร็วที่สุด และแจ้งให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติทราบ พร้อมทั้งดำเนินการแก้ไขเหตุแห่งความเดือดร้อน และให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม

                    ส่วนที่ ๒ มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระยะผลิตปิโตรเลียม
                    ในการผลิตปิโตรเลียม ผู้ได้รับสิทธิต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ คุณค่า การใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต โดยมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ต้องสอดคล้องกับมาตรการที่นำเสนอไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานฯ ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้รับความเห็นชอบจาก คชก. มาก่อน รวมถึงต้องเป็นไปตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดังนี้
                    ๑) ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
                              ๑.๑) มาตรการด้านคุณภาพอากาศ
                                       - จัดให้มีรถบรรทุกน้ำ ฉีดพรมน้ำบริเวณถนนดินหรือถนนลูกรังที่เป็นเส้นทางขนส่งของโครงการ เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง หรือหากมีการร้องเรียนจากประชาชนหรือชุมชน ให้พิจารณาเพิ่มการฉีดพรมน้ำตามความเหมาะสม
                                       - จัดให้มีรถบรรทุกน้ำ ฉีดพรมน้ำบริเวณถนนดินหรือถนนลูกรังที่เป็นเส้นทางขนส่งของโครงการ เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง หรือหากมีการร้องเรียนจากประชาชนหรือชุมชน ให้พิจารณาเพิ่มการฉีดพรมน้ำตามความเหมาะสม
                                       - จำกัดความเร็วของยานพาหนะบนเส้นทางขนส่งของโครงการโดยเฉพาะที่ผ่านชุมชน
                                       - ติดตั้งแผ่นบังโคลนทุกล้อของยานพาหนะที่ใช้ขนส่ง
                                       - ต้องจัดให้มีการป้องกันการฟุ้งกระจายและการหล่นของวัสดุจากการขนส่งที่มีการบรรทุกวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน ทราย ลูกรัง เป็นต้น
                                       - ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักร ยานพาหนะ อุปกรณ์การผลิตต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อ วาล์ว รอยเชื่อมต่าง ๆ ซึ่งอาจเกิดการรั่วไหลของไอระเหยไฮโดรคาร์บอนออกจากระบบ
                                       - ให้ติดตั้งอุปกรณ์เพื่อดักอนุภาคฝุ่นละอองและควันที่เกิดขึ้น หรือเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ เช่น สเปรย์ละอองน้ำหรือเครื่องเติมอากาศบริเวณปล่องเผาก๊าซ
                                       - ตรวจสอบการทำงานของระบบเผาก๊าซ (Flare) ให้มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ
                                       - จัดให้มีอุปกรณ์ตรวจสอบการรั่วไหลของก๊าซประจำสถานีผลิตและฐานผลิตตามความเหมาะสม
                                       - จัดให้มีโครงการลดหรือการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเหมาะสม
                              ๑.๒) มาตรการด้านเสียง
                                       - ดูแลรักษาเครื่องจักร/เครื่องยนต์ที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมให้อยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งานและมีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
                              ๑.๓) มาตรการด้านคุณภาพดิน น้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน
                                       - จัดให้มีการบำบัดน้ำเสียจากห้องสุขา ด้วยระบบบ่อเกรอะภายในฐานหลุมผลิต
                                       - อุปกรณ์การผลิตทั้งหมดรวมถึงท่อทุกเส้นต้องได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี ทำงานได้อย่างปกติ
                                       - จัดแบ่งบริเวณพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดการปนเปื้อนและไม่ปนเปื้อนออกจากกัน โดยในบริเวณที่มีโอกาสปนเปื้อนจะต้องปูด้วยพื้นคอนกรีต และมีรางระบายน้ำล้อมรอบ เพื่อรวบรวมไปสู่บ่อกักเก็บและ/หรือบำบัด หรือวางบนวัสดุกันซึม
                                       - การใช้งานเกี่ยวกับสารเคมีต่าง ๆ ในการผลิต (ถ้ามี) ต้องวางอยู่บนลานคอนกรีตที่มีคันกั้น หรือรางระบายน้ำล้อมรอบหรือมีวัสดุกันซึมเสมอ เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย และการซึมผ่านลงสู่ใต้ดินกรณีเกิดการรั่วไหล
                                       - อุปกรณ์การผลิตต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนน้ำมันต้องติดตั้งบนพื้นคอนกรีตบริเวณพื้นที่ฐาน ซึ่งมีรางระบายน้ำหรือคันกั้นล้อมรอบ
                                       - ใช้ถาดรองน้ำมันเมื่อซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต หรือซ่อมบำรุงบนพื้นคอนกรีต
                                       - ห้ามระบายน้ำฝนที่ปนเปื้อนน้ำมันหรือสารเคมีจากบริเวณพื้นที่ที่มีการดาดคอนกรีตออกนอกพื้นที่โครงการฯ
                                       - ห้ามพนักงานล้างและทำความสะอาดเครื่องมือและเครื่องจักรในแหล่งน้ำสาธารณะ
                                       - ห้ามระบายหรือทิ้งของเสีย สารเคมี น้ำมัน น้ำปนเปื้อนน้ำมัน ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
                                       - ตรวจสอบและบำรุงรักษารางระบายน้ำ และบ่อคอนกรีตกักเก็บน้ำภายในพื้นที่ฐาน ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ และตรวจระดับน้ำในบ่อคอนกรีตที่ใช้กักเก็บน้ำฝนหรือน้ำปนเปื้อนน้ำมัน หากระดับน้ำสูงขึ้น 3 ใน 4 ของระดับกักเก็บ ต้องจัดหารถสูบน้ำกลับไปกำจัดอย่างเหมาะสม
                                       - กรณีเกิดเหตุการณ์น้ำมันดิบหรือสารเคมีหกรั่วไหลจะต้องรีบทำความสะอาดทันทีตามขั้นตอนการตอบสนองและแผนฉุกเฉิน โดยต้องมีเครื่องมือ/อุปกรณ์ในการขจัดคราบน้ำมัน ประจำอยู่ที่ฐานหลุมผลิต และสถานีผลิตตลอดเวลา
                    ๒) ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ
                              ๒.๑) ทรัพยากรสัตว์ป่า
                                       - มีการชี้แจงและควบคุมพนักงานของโครงการ และพนักงานผู้รับเหมา ห้ามจับสัตว์ป่าบริเวณพื้นที่โครงการ และพื้นที่โดยรอบ
                                       - ดูแลและบำรุงรักษาเครื่องยนต์และเครื่องจักร ตามแผนการซ่อมบำรุง หรือแผนการตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่จัดเตรียมไว้
                                       - เครื่องจักรกลที่มีเสียงดัง ต้องทำการแก้ไขซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ดี เช่น หมั่นหยอดน้ำมันหล่อลื่น
                                       - ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบเรื่องอากาศ เสียง ทรัพยากรดิน และ น้ำผิวดิน อย่างเคร่งครัด
                              ๒.๒) นิเวศวิทยาทางน้ำ
                                       - ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบเรื่องคุณภาพน้ำผิวดินอย่างเคร่งครัด
                                       - มีการชี้แจงและควบคุมพนักงานของโครงการ และพนักงานผู้รับเหมา ห้ามจับสัตว์น้ำบริเวณแหล่งน้ำในพื้นที่โครงการ
                    ๓) คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์
                              ๓.๑) การคมนาคม
                                       - ควบคุมผู้รับเหมาให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรฐานฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวข้อง
                                       - จำกัดความเร็วรถที่สัญจรบนถนนลูกรัง ทางเข้าพื้นที่ฐาน และขณะขับผ่านพื้นที่ชุมชนเพื่อลดอุบัติเหตุจากการจราจร
                                       - หลีกเลี่ยงการขนส่งในช่วงเวลาที่เป็นชั่วโมงเร่งด่วน หากมีความจำเป็นที่ต้องขนส่งเกินเวลาต้องมีการแจ้งให้ชุมชนทราบก่อน
                                       - ควบคุมน้ำหนักรถบรรทุก มิให้บรรทุกน้ำหนักเกินข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก เพื่อลดความเสียหายของผิวจราจรและโครงสร้างของถนน
                                       - จัดให้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรอยู่ประจำบริเวณทางร่วม ทางแยก หรือปากทาง เข้า-ออกพื้นที่ฐานหลุมผลิตที่เชื่อมกับถนนสาธารณะ เพื่อให้สัญญาณควบคุมการจราจร ในช่วงที่รถบรรทุกลำเลียงอุปกรณ์การผลิตผ่านถนนทางเข้า-ออกฐาน
                                       - รถบรรทุกน้ำมัน ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้เป็นรถขนส่งเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ และต้องติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันเหตุฉุกเฉินพื้นฐาน ตามกฎหมายรวมถึงมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
                                       - ติดตั้งอุปกรณ์ระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียมที่รถบรรทุกน้ำมันทุกคัน เพื่อติดตามความเร็วรถ และเส้นทางการขนส่ง
                                       - การขนส่งน้ำมันดิบด้วยรถบรรทุกน้ำมัน ต้องควบคุมผู้รับเหมาให้ปฏิบัติตามมาตรการ ดังนี้
                                                  ควบคุมความเร็วเมื่อวิ่งบนถนนทางหลวงสายหลัก และถนนลูกรัง
                                                  เปิดไฟหน้ารถตลอดเวลาขณะขนส่ง
                                                  การขนส่งน้ำมันดิบหากมีรถบรรทุกตั้งแต่ ๒ คัน ให้วิ่งชิดซ้ายและเว้นระยะแซงสำหรับรถในชุมชนให้เหมาะสม
                                                  หลีกเลี่ยงการขนส่งในช่วงเวลาที่เป็นชั่วโมงเร่งด่วน หากมีความจำเป็นที่ต้องขนส่งเกินเวลาต้องมีการแจ้งให้ชุมชนทราบก่อน
                                                  พนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันดิบทุกคนต้องได้รับการอบรมก่อนที่จะมีการปฏิบัติงานภายในโครงการ และมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง และจัดให้มีการประชุมหารือกับผู้รับเหมาทางด้านความปลอดภัยและการทำงานเป็นประจำทุกเดือน
                                                  จัดทำและดูแลรักษาป้ายสัญลักษณ์ ป้ายเตือนต่างๆ หรือสัญญาณไฟให้เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณทางร่วม/ทางแยก/จุดอับและปากทางเข้า-ออกฐานเพื่อให้ผู้ใช้เส้นทางทราบ
                    ๔) คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต
                              ๔.๑) เศรษฐกิจ-สังคม
                                       - กรณีที่โครงการต้องการแรงงานที่ไม่ต้องการความชำนาญพิเศษ เช่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ฯลฯ ให้พิจารณาคัดเลือกแรงงานท้องถิ่นเข้าทำงานก่อน
                                       - พิจารณาให้ผู้รับเหมา/พนักงาน สนับสนุนสินค้าอุปโภค-บริโภค และผลิตภัณฑ์ที่หาได้ในท้องถิ่นตามความเหมาะสม
                                       - จัดให้มีการอบรม ชี้แจงระเบียบปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการฯ แก่ผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง และผู้ปฏิบัติงานทราบก่อนเริ่มการปฏิบัติงาน
                              ๔.๒) อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
                                       - ควบคุมพนักงานและผู้รับเหมาให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
                                       - ติดตั้งและดูแลป้ายสัญลักษณ์ และป้ายเตือนต่างๆ ในบริเวณที่อาจเกิดอันตราย
                                       - อุปกรณ์การผลิตทั้งหมดรวมถึงท่อทุกเส้นต้องได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี ทำงานได้อย่างปกติ
                                       - จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย และแผนการจัดการเหตุฉุกเฉินต่างๆ เช่น การรั่วไหล ฯลฯ พร้อมทั้งจัดให้มีการฝึกซ้อมตามแผน
                                       - ปฏิบัติตามแผนการจัดการของเสีย
                                       - กำหนดระยะเวลาการทำงานของพนักงาน ในบริเวณที่มีเสียงดังตามที่กฎหมายกำหนด และควบคุมให้พนักงานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียงดัง ตลอดระยะเวลาปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีเสียงดัง
                                       - จัดที่พักอาศัยและสาธารณูปโภคของพนักงานให้ถูกสุขลักษณะและมีระบบการจัดการสุขภาพอนามัยและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมให้เพียงพอกับจำนวนพนักงาน
                                       - การจัดบริการด้านสาธารณสุขให้เพียงพอและเหมาะสม สำหรับพนักงานของโครงการ
                                       - จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างเพียงพอและเหมาะสม
                                       - จัดเก็บสารเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิดในสถานที่เฉพาะในการจัดเก็บสารเคมีและมีอากาศถ่ายเทดี
                              ๔.๓) สุขภาพอนามัยของประชาชน
                                       - ดำเนินการตามมาตรการต่างๆทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบทางด้านสาธารณสุขตั้งแต่ต้น
                                       - จำกัดความเร็วของยานพาหนะที่ใช้ในโครงการเมื่อวิ่งผ่านถนนหลัก ถนนลูกรัง และพื้นที่ชุมชน
                                      - จัดให้มีผ้าใบหรือวัสดุปิดคลุมส่วนบรรทุกของรถบรรทุกวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน ลูกรัง ทราย เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายและตกหล่น
                                       - จัดให้มีการตรวจสอบประวัติคนงาน และตรวจสุขภาพพนักงานก่อนรับเข้าปฏิบัติงาน โดยพนักงานที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงต้องหยุดงานจนกว่าจะหายขาด เพื่อป้องกันการแพร่สู่ชุมชน
                    ๕) แผนรับมือกรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ
                              จัดให้มีแผนปฏิบัติการฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติในกรณีต่าง ๆ โดยระบุรายละเอียด ที่สำคัญ เช่น มาตรการป้องกันและแก้ไข แนวทาง และขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อควบคุมและระงับเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น
         

                    ส่วนที่ ๓ มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม
                             ในการผลิตปิโตรเลียม ผู้ได้รับสิทธิต้องปฏิบัติตามมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระยะผลิตปิโตรเลียม ที่ประกอบด้วย มาตรการด้านคุณภาพอากาศ ระดับเสียง คุณภาพน้ำผิวดิน คุณภาพน้ำใต้ดิน สภาพเศรษฐกิจ-สังคม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และกรณีการรั่วไหลของน้ำมันดิบและสารเคมี เป็นต้น โดยมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าวต้องสอดคล้องกับมาตรการที่นำเสนอไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานฯ ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้รับความเห็นชอบจาก คชก. มาก่อน รวมถึงให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
         

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
สราวุธ แก้วตาทิพย์
อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ