กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

ประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง การบังคับใช้ประมวลหลักการปฏิบัติ สำหรับผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ในแปลงสำรวจบนบกที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมซึ่งยังผลิตได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นอายุสัมปทาน พ.ศ. ๒๕๖๓

ดาวน์โหลด PDF

 

ประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
เรื่อง การบังคับใช้ประมวลหลักการปฏิบัติ สำหรับผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมซึ่งยังผลิตได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นอายุสัมปทาน พ.ศ. ๒๕๖๓

                              

 

          ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ได้มีมติเห็นควรให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการ กิจกรรมหรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยให้ปรับปรุงเอกสารท้ายประกาศ ๔ และ ๖ ลำดับที่ ๒ การพัฒนาปิโตรเลียม ลำดับย่อยที่ ๒.๒ การผลิตปิโตรเลียม ให้มีการยกเว้นการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบนบกที่มีการผลิตอย่างต่อเนื่องตามที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสิทธิการผลิตเดิมสิ้นสุดอายุลงในขณะที่ปิโตรเลียมยังเหลืออยู่ โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงการผลิตให้แตกต่างไปจากเดิม และมอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจัดทำประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice : CoP) สำหรับการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบนบกดังกล่าว และให้ผู้ขออนุญาตจัดทำประมวลหลักการปฏิบัติเสนอต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตต่อไป ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ให้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม นั้น

          เพื่อให้การบริหารจัดการแหล่งทรัพยากรปิโตรเลียมของประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาความมั่นคงทางด้านพลังงาน และเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม สาธารณสมบัติของแผ่นดินและประชาชน

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบกับมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๖๓ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ที่เกี่ยวข้องดังข้างต้น อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ในประกาศนี้

                   ผู้ได้รับสิทธิ หมายความว่า ผู้ได้รับสิทธิในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรายใหม่ภายใต้พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในแปลงสำรวจบนบกที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมซึ่งยังผลิตได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นอายุสัมปทาน และเป็นแปลงสำรวจที่กำหนดให้มีการใช้สิ่งติดตั้งที่รับมอบจากรัฐเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการผลิตปิโตรเลียมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
                   สิ่งติดตั้ง หมายความว่า ฐานหลุมผลิต สถานีผลิต หรือจุดเผาก๊าซ สิ่งปลูกสร้าง และอุปกรณ์อื่นใดบนบกที่จำเป็นในการผลิต เก็บรักษา หรือขนส่งปิโตรเลียม ที่ผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้รับมอบจากรัฐให้นำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกนั้น
                   เปลี่ยนแปลง หมายความว่า การเพิ่ม กำลังการผลิต จำนวนฐานหลุมผลิต จำนวนหลุมผลิต จำนวนท่อขนส่ง ขนาดพื้นที่ฐาน รวมถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตหรือการขนส่ง ตลอดจนการกระทำอื่นใดที่ส่งผลให้สิ่งติดตั้งที่ได้รับมอบจากรัฐมีสภาพ สถานะ หรือวิธีการผลิต รวมถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม แตกต่างไปจากรายละเอียดในการดำเนินกิจกรรมตามที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการที่ได้รับความเห็นชอบมาก่อน
                   กำลังการผลิต หมายความว่า อัตราสูงสุดที่ระบบการผลิตจะสามารถรองรับได้และเป็นอัตราการผลิตที่ไม่เกินกว่าที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
                   อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

          ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับแก่ผู้ได้รับสิทธิที่ประสงค์จะดำเนินการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมซึ่งยังผลิตได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นอายุสัมปทาน โดยอยู่ภายใต้รายละเอียดและมาตรการต่างๆ ที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับแปลงสำรวจนั้นมาก่อน

          ข้อ ๓ ในการดำเนินการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมซึ่งยังผลิตได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นอายุสัมปทาน ให้ผู้ได้รับสิทธิดำเนินการตามประมวลหลักการปฏิบัติ และจัดทำรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ ดังเอกสารแนบท้ายประกาศนี้

          ข้อ ๔ ให้ผู้ได้รับสิทธิส่งรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติต่ออธิบดีเพื่อขอรับความเห็นชอบ ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนเริ่มดำเนินการผลิตปิโตรเลียม และเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงสามารถดำเนินการได้

                   หากอธิบดีเห็นว่ารายงานตามวรรคหนึ่ง มีรายละเอียดไม่เพียงพอ หรือควรเพิ่มเติมมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสั่งให้ผู้ได้รับสิทธิแก้ไขเพิ่มเติม ผู้ได้รับสิทธิต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องและจัดส่งรายงานที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วมายังกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการแจ้งจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

          ข้อ ๕ ในระหว่างดำเนินการผลิตปิโตรเลียม หากผู้ได้รับสิทธิประสงค์เปลี่ยนแปลงรายละเอียดในรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติตามข้อ ๔ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

                   (๑) การเพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อความครบถ้วนในการปฏิบัติตามรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติตามข้อ ๔ ให้แจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีเพื่อขอรับความเห็นชอบ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีแล้ว ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ ที่ต้องปฏิบัติด้วย
                   (๒) การเปลี่ยนแปลงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความครบถ้วนในการปฏิบัติตามรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ ผู้ได้รับสิทธิต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ตามกระบวนการทางกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมก่อน จึงสามารถดำเนินการได้ และเมื่อรายงานการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว ให้ถือว่ารายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ ที่เคยได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๔ สิ้นผลไปด้วย
                   (๓) การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดำเนินการผลิตปิโตรเลียมในฐานหลุมผลิต ฐานผลิต หรือสถานีผลิตแห่งใดแห่งหนึ่งตามที่ระบุไว้ในรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติที่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีไว้แล้ว ผู้ได้รับสิทธิต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่เฉพาะฐานหรือสถานีผลิตที่เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการทางกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมก่อน จึงสามารถดำเนินการได้ และเมื่อรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว ให้ถือว่ารายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติเฉพาะฐานหรือสถานที่ผลิตที่เปลี่ยนแปลง ที่เคยได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๔ สิ้นผลไปด้วย
                   (๔) การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดำเนินกิจกรรมใด ๆ เนื่องจากข้อร้องเรียนซึ่งส่งผลให้กิจกรรมต่าง ๆ แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติที่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีไว้แล้ว ให้ผู้ได้รับสิทธิแจ้งเป็นหนังสือเสนอต่ออธิบดีเพื่อขอรับความเห็นชอบ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีแล้ว จึงสามารถดำเนินการได้
                   (๕) ในกรณีเกิดเหตุอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน เพื่อป้องกันการสูญเสียหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ผู้ได้รับสิทธิสามารถดำเนินการแตกต่างจากที่ระบุในรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติได้เท่าที่จำเป็นไปพลางก่อน แต่ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เกิดหรือทราบถึงเหตุ และรายงานการดำเนินการที่แตกต่างไปจากรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุดังกล่าวด้วย

          ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสิ่งแวดล้อมและป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดต่อสิ่งแวดล้อม อธิบดีอาจสั่งให้ผู้ได้รับสิทธิจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

          ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแล ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินการผลิตปิโตรเลียมของผู้ได้รับสิทธิ ให้อธิบดีมีอำนาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และให้ผู้ได้รับสิทธิ ตัวแทน และลูกจ้างของผู้ได้รับสิทธิ มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เป็นไปตามรายงานการปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติสำหรับโครงการผลิตปิโตรเลียมที่ได้รับความเห็นชอบ

          ข้อ ๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
         

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
สราวุธ แก้วตาทิพย์
อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ