กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

ประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นงบบัญชีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการปิโตรเลียมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.๒๕๖๒

ดาวน์โหลด PDF

 

ประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นงบบัญชีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการปิโตรเลียมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.๒๕๖๒

                              

 

          เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้รับสัมปทานและผู้ร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมในการยื่นงบบัญชีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการปิโตรเลียม โดยสามารถยื่นงบและจัดส่งเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนรูปแบบกระดาษ ให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการให้บริการประชาชน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพ ความถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว และลดภาระของประชาชนเป็นสำคัญ
         

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๗ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
         

          ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเสนองบบัญชีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการปิโตรเลียม ลงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
         

          ข้อ ๒ ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม ผู้รับสัมปทานและผู้ร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมทุกรายต้องจัดทำและยื่นงบบัญชีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการปิโตรเลียมตามแบบ ชธ/ป๙ ทุกปี ปีละ ๔ ครั้ง โดยจัดทำเป็นรอบระยะเวลาสามเดือนประดิทิน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม ตามลำดับ

                  ในกรณีที่เป็นการเสนองบบัญชีค่าใช้จ่ายเป็นครั้งแรก ให้ผู้รับสัมปทานจัดทำและเสนองบบัญชีค่าใช้จ่าย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ได้รับสัมปทานจนถึงวันครบรอบระยะเวลาสามเดือนตามที่กำหนดในวรรคหนึ่ง
         

          ข้อ ๓ ให้ยื่นงบบัญชีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการปิโตรเลียมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางระบบ Web Application ที่ https://ereceipt.dmf.go.th ซึ่งต้องยื่นจดหมายนำส่ง (ในรูปแบบPDF) พร้อมงบบัญชีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการปิโตรเลียม แบบ ชธ/ป๙ (ทั้งรูปแบบ Excel และ PDF) ทั้งนี้ การยื่นงบบัญชีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการปิโตรเลียมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่นภายในกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งเดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาสามเดือน โดยมีรายละเอียดดังนี้

          (๑) ผู้ดำเนินงาน (Operator) ตามสัมปทาน เป็นผู้จัดทำและยื่นงบบัญชีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการปิโตรเลียมร่วม (Joint Venture Expense) เป็นรายแปลงสำรวจ และ

          (๒) ผู้รับสัมปทานและผู้ร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมทุกราย เป็นผู้จัดทำและยื่นงบบัญชีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัท (CorporateExpense) ที่นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่ผู้ดำเนินงานได้จัดส่งแล้วตาม (๑) เป็นรายแปลงสำรวจ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมที่อยู่ภายใต้บังคับ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๒ ให้ผู้รับสัมปทานจัดทำและยื่นงบบัญชีค่าใช้จ่ายเป็นรายบริษัท
         

          ข้อ ๔ ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานถือสัมปทานที่มีแปลงสำรวจหลายแปลง หรือถือสัมปทานหลายสัมปทานแล้วแต่กรณี ไม่สามารถแบ่งแยกรายได้หรือรายจ่ายตามแปลงสำรวจหรือตามสัมปทานได้อย่างชัดเจน ให้นำหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๖) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
         

          ข้อ ๕ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ผู้ดำเนินงาน ผู้รับสัมปทาน หรือผู้ร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมไม่สามารถยื่นงบบัญชีค่าใช้จ่ายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยื่นในรูปแบบเอกสารที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้
         

          ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
เปรมฤทัย วินัยแพทย์
อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ