กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การขอและการได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต พ.ศ. 2561

ดาวน์โหลด PDF

 

กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
การขอและการได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต
พ.ศ. 2561

_________________________


          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๕) แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และมาตรา ๕๓/๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
          ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
          “คำขอ” หมายความว่า คำขอสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต
          “ผู้ขอ” หมายความว่า ผู้ขอสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต
          ข้อ ๒ คำขอให้เป็นไปตามแบบ ชธ/ป๑๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้
          ข้อ ๓ ผู้ขอต้องเป็นบริษัท โดยมีหลักฐานประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
          (๑) หลักฐานแสดงการเป็นบริษัท ในกรณีที่ผู้ขอเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีหนังสือรับรองของสถานเอกอัครราชทูต สถานทูต หรือสถานกงสุลของประเทศนั้นซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือต้องมีหนังสือรับรองของสถานเอกอัครราชทูต สถานทูต หรือสถานกงสุลของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศนั้น หรือต้องมีหนังสือรับรองของโนตารีปับลิคในประเทศนั้นหรือของบุคคล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับโนตารีปับลิคในกรณีที่ประเทศที่เป็นที่ตั้งบริษัทผู้ขอไม่มีโนตารีปับลิค
          (๒) หลักฐานแสดงรายชื่อกรรมการและผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัทหรือผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทผู้ขอ และ
          (๓) หลักฐานแสดงว่ามีทุน เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ และผู้เชี่ยวชาญเพียงพอที่จะสำรวจ ผลิต ขาย และจำหน่ายปิโตรเลียม โดยมีสถาบันที่เชื่อถือได้ออกหนังสือรับรองว่าเป็นความจริง
          ข้อ ๔ ในกรณีที่ผู้ขอมีทุน เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงพอหรือครบถ้วน แต่มีบริษัทอื่นซึ่งรัฐบาลเชื่อถือรับรองที่จะให้ทุน เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือผู้เชี่ยวชาญจนเพียงพอที่จะสำรวจ ผลิต ขาย และจำหน่ายปิโตรเลียม ผู้ขอต้องมีหลักฐานแสดงการรับรองที่จะให้ทุน เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือผู้เชี่ยวชาญ และหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ในด้านทุนหรือการจัดการระหว่างบริษัทซึ่งรับรองกับผู้ขอ รวมทั้งหลักฐานตามข้อ ๓ (๑) (๒) และ (๓)
ของบริษัทซึ่งรับรองด้วย
          ข้อ ๕ ผู้ขอต้องยื่นข้อเสนอประกอบคำขอซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
          (๑) ข้อเสนอในการประกอบกิจการปิโตรเลียมเกี่ยวกับข้อผูกพันในด้านปริมาณเงินและปริมาณงานสำหรับโครงการสำรวจหรือโครงการผลิตปิโตรเลียมเมื่อมีการพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ในแปลงสำรวจแต่ละแปลง พร้อมทั้งเหตุผลทางธรณีวิทยาที่สนับสนุนโดยสังเขป โดยระบุวิธีการและกำหนดเวลาที่จะดำเนินการ ตลอดจนประมาณการค่าใช้จ่ายในการนั้น ๆ ด้วย โดยในช่วงสำรวจซึ่งมีระยะเวลาไม่เกินหกปี ให้เสนอข้อผูกพันเป็นจำนวนรวมสำหรับระยะเวลาของช่วงข้อผูกพันทั้งช่วง ซึ่งหากผู้ขอได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตแล้ว ให้แบ่งข้อผูกพันดังกล่าวเป็นรายละเอียด โดยให้เสนอเป็นแผนงานและงบประมาณประจำปีตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต ทั้งนี้ ข้อผูกพันในด้านปริมาณเงินและปริมาณงานสำหรับการสำรวจที่เสนอดังกล่าวจะต้องมีความชัดเจน และปริมาณเงินที่เสนอจะต้องมีความสัมพันธ์สอดคล้องกับปริมาณงานด้วย
          (๒) ข้อเสนอการแบ่งปันผลผลิตตามมาตรา ๕๓/๓ (๒) (ค) สำหรับการแบ่งปันผลผลิตในส่วนของผู้ขอซึ่งต้องไม่สูงกว่าที่รัฐมนตรีกำหนดไว้ในประกาศตามข้อ ๖
          (๓) ข้อเสนอให้ผลประโยชน์พิเศษ เช่น การให้เงินทุนการศึกษา เงินอุดหนุน เงินให้เปล่าในการลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือเงินให้เปล่าในการผลิต
          (๔) ข้อเสนออื่นใดที่รัฐมนตรีอาจกำหนดไว้ในประกาศตามข้อ ๖
          ข้อ ๖ ในพื้นที่ใดที่ได้ประกาศกำหนดให้ดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตแล้ว ถ้ารัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการปิโตรเลียมเห็นควรให้มีการเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจใด ให้รัฐมนตรีประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ การพิจารณา และการได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต
ในแปลงสำรวจนั้น เมื่อมีประกาศตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้ขอยื่นคำขอ หลักฐาน และข้อเสนอตามที่กำหนดต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
          ข้อ ๗ ผู้ขอต้องชำระค่าธรรมเนียมคำขอต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเมื่อยื่นคำขอ
          ข้อ ๘ ให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติพิจารณาวิเคราะห์คำขอ หลักฐาน และข้อเสนอของผู้ขอทุกรายแล้วนำเสนอต่อคณะกรรมการปิโตรเลียมเพื่อพิจารณาและให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการให้สิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต
          เมื่อรัฐมนตรีพิจารณาเห็นสมควรให้สิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตแก่ผู้ขอรายใดตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตและอนุมัติ ให้รัฐมนตรีลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตต่อไป

          ข้อ ๙ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดวัน เวลา และสถานที่ให้ผู้ได้รับอนุมัติตามข้อ ๘ มาลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต โดยแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ได้รับอนุมัติดังกล่าวทราบแล้ว ถ้าผู้นั้นมิได้มาลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตภายในกำหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าผู้นั้นไม่ประสงค์จะเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตต่อไป
 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
ศิริ จิระพงษ์พันธ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

 

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการปิโตรเลียมมีอำนาจพิจารณากำหนดให้แปลงสำรวจใด สมควรที่จะดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบของสัญญาแบ่งปันผลผลิตได้ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศตามมาตรา ๒๓ วรรคสี่ และการขอและการได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้