กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

ระเบียบกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ว่าด้วยการขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียม พ.ศ. 2561

ดาวน์โหลด PDF

 

ระเบียบกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
ว่าด้วยการขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียม พ.ศ. 2561

_____________________


          โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียมให้เหมาะสมและรัดกุม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจึงวางระเบียบไว้ ดังนี้
          ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ว่าด้วยการขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียม พ.ศ. 2561”
          ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
          ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ว่าด้วยการขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียม พ.ศ. 2547
          ข้อ 4 ในระเบียบนี้
          “กรม” หมายความว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
          “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
          “ข้อมูลปิโตรเลียม” หมายความว่า ข้อมูลที่เกี่ยวกับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งผู้รับสัมปทานส่งมอบให้กรม และเป็นข้อมูลที่เปิดเผยได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2550
          ข้อ 5 ข้อมูลปิโตรเลียมที่ขอใช้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
                    5.1 ข้อมูลเอกสาร
                    5.2 ข้อมูลตัวอย่างหิน
                    5.3 ข้อมูลดิจิทัล
          ข้อ 6 บุคคลผู้มีสิทธิขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียม ได้แก่
                    6.1 ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม
                    6.2 ส่วนราชการ องค์การของรัฐหรือสถาบันการศึกษา
                    6.3 ผู้สนใจทั่วไป
          ข้อ 7 ข้อมูลปิโตรเลียมที่ให้ใช้
                    7.1 ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมมีสิทธิขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียม ซึ่งบุคคลอื่นได้สำรวจไว้ในพื้นที่แปลงสัมปทานของตน และข้อมูลปิโตรเลียมในพื้นที่ใกล้เคียงแปลงสัมปทานของตนที่กรมพิจารณาเห็นควร โดยมีสิทธิขออนุญาตนำข้อมูลดังกล่าวออกไปศึกษานอกที่ทำการของกรมได้ เว้นแต่เป็นข้อมูลปิโตรเลียมในพื้นที่ใกล้เคียงแปลงสัมปทานของตน
                    7.2 ส่วนราชการ องค์การของรัฐหรือสถาบันการศึกษา และผู้สนใจทั่วไป มีสิทธิขอศึกษาข้อมูลปิโตรเลียมที่กรมพิจารณาเห็นควร ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้นำข้อมูลปิโตรเลียมไปศึกษานอกที่ทำการของกรม

          ข้อ 8 ในการขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียม จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีก่อน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
                    8.1 ให้ผู้ขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียมทำหนังสือถึงอธิบดี โดยแจ้งวัตถุประสงค์และประเภทข้อมูลที่จะขอใช้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 5
                    8.2 เมื่อได้รับอนุญาตจากอธิบดีแล้ว ให้ผู้ขอใช้ข้อมูลติดต่อศูนย์สารสนเทศข้อมูลเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียมต่อไป
                    8.3 ในกรณีที่ไม่สามารถมาติดต่อขอใช้ข้อมูลปิโตรเลียมได้ด้วยตนเอง ผู้ขอใช้ข้อมูลสามารถทำหนังสือมอบอานาจ ตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นตัวแทนขอใช้ข้อมูลได้ โดยนำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าว พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางของผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจมามอบให้เจ้าหน้าที่
          ข้อ 9 ผู้ขอใช้ข้อมูลตัวอย่างหินจะต้องทำการศึกษาในที่ทำการของกรมเท่านั้น
          ข้อ 10 การส่งคืนข้อมูลปิโตรเลียมที่นำออกไปศึกษานอกที่ทำการของกรม
                    10.1 ข้อมูลเอกสาร จะต้องนำส่งคืนกรมภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันที่ได้รับข้อมูล
                    10.2 ข้อมูลดิจิทัล จะต้องนำส่งคืนกรมภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับข้อมูลผู้ขอใช้ข้อมูลอาจยื่นคำขอขยายระยะเวลาการส่งคืนข้อมูลตามข้อ 10.2 ได้ไม่เกิน 1 ครั้ง โดยยื่นต่ออธิบดีก่อนครบกำหนดส่งคืนข้อมูลไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ เมื่ออธิบดีเห็นว่ามีเหตุอันควรจะขยายระยะเวลาให้อีกก็ได้ แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันครบกำหนดส่งคืนข้อมูล
          ข้อ 11 ผู้ขอใช้ข้อมูลจะต้องใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ขอไว้เท่านั้น และห้ามนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หากฝ่าฝืนจะถูกตัดสิทธิมิให้ใช้ข้อมูลปิโตรเลียมอีกต่อไป
          ข้อ 12 ในกรณีผู้ขอใช้ข้อมูลได้กระทำให้ข้อมูลสูญหายหรือใช้การไม่ได้ ผู้ขอใช้ข้อมูลจะต้องรับผิดชอบในการทำให้ข้อมูลกลับสู่สภาพดังเดิม
          ข้อ 13 ภายใต้บังคับข้อ 11 หากผู้ขอใช้ข้อมูลฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม จะถูกตัดสิทธิมิให้ขอใช้ข้อมูลเป็นเวลา 1 ปี นับแต่วันฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบ

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
วีระศักดิ์ พึ่งรัศมี
อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ