กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

ประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สำหรับการจัดทำรายงานและแผนตามกระบวนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน

ดาวน์โหลด PDF

 

ประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สำหรับการจัดทำรายงานและแผนตามกระบวนการ
บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน

______________________

 

          อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวง กำหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย และหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๕๙ ออกตามความในมาตรา ๑๔ (๕)
แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และมาตรา ๘๐/๑ และมาตรา ๘๐/๒ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สำหรับการจัดทำรายงานและแผนตามกระบวนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน ดังต่อไปนี้
         

          ข้อ ๑ เพื่อให้การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมถึงการศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ให้ผู้รับสัมปทานจัดทำรายงานและแผนตามกระบวนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนรวมทั้งปฏิบัติตามรายงานและแผนดังกล่าวโดยคำนึงถึงหลักการและแนวทางปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
          (๑) หลักการระวังป้องกันล่วงหน้า
          (๒) หลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย
          (๓) การประกอบกิจการปิโตรเลียมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
          (๔) การใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
          (๕) การให้สาธารณชนมีสิทธิในการรับรู้ข่าวสารและมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น

 

          ข้อ ๒ รายงานและแผนตามกระบวนการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนที่ผู้รับสัมปทานต้องจัดทำและยื่นต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ประกอบด้วย
          (๑) รายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน (Decommissioning Environmental Assessment Report หรือ DEA Report)
          (๒) รายงานการพิจารณาวิธีการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เหมาะสมที่สุด (Best Practical Environmental Option Report หรือ BPEO Report)
          (๓) แผนการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับกิจกรรมการรื้อถอน (Decommissioning Activity Environmental Management Plan หรือ DEM Plan)
          (๔) แผนการติดตามตรวจสอบคุณ ภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน (Post Decommissioning Activity Monitoring Plan)

 

หมวด ๑
รายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน


          ข้อ ๓ รายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน ต้องจัดทำโดยผู้ที่ได้รับใบอนุญาต เป็นผู้มีสิทธิทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 

          ข้อ ๔ ก่อนการจัดทำรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน ให้ผู้รับสัมปทาน ยื่นรายงานการกำหนดขอบเขตการศึกษา (Scoping Report) เพื่อขอรับความเห็นชอบจากอธิบดี และรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
          (๑) ความเป็นมาของโครงการและวัตถุประสงค์ในการจัดทำรายงาน
          (๒) กฎระเบียบและหลักปฏิบัติในการดำเนินกิจกรรมการรื้อถอน
          (๓) รายละเอียดโครงการ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ของ ที่ตั้งโครงการ รายการสิ่งติดตั้งที่จะรื้อถอน แผนการดำเนินงานเบื้องต้น ทางเลือกในการรื้อถอน กิจกรรมการรื้อถอน การจัดการด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
          (๔) ข้อมูลสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ของ ประวัติการดำเนินงานที่ส่งผลกระทบสำคัญต่อสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน และสภาพสิ่งแวดล้อมพื้นฐาน
          (๕) การกำหนดขอบเขตการศึกษา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ของ วิธีการกำหนดขอบเขตการศึกษา และผลการกำหนดขอบเขตการศึกษา
          (๖) ข้อมูลอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกำหนดอธิบดีจะพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานตามวรรคหนึ่งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับสัมปทานทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานดังกล่าวและเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน หากอธิบดีเห็นว่ารายงานตามวรรคหนึ่งไม่ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ หรือมีรายละเอียดไม่เพียงพอ อธิบดีอาจสั่งให้ผู้รับสัมปทานแก้ไขหรือยื่นรายละเอียดเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ผู้รับสัมปทานอยู่ในระหว่างดำเนินการตามคำสั่งนั้น ไม่ให้ถือว่าเป็นระยะเวลาการพิจารณาของอธิบดี
          การพิจารณาให้ความเห็นชอบของอธิบดี หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามวรรคสองได้ ให้อธิบดีขยายระยะเวลาการพิจารณาตามวรรคสองออกไปตามความจำเป็น และแจ้งให้ผู้รับสัมปทานทราบการขยายระยะเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ขยายแต่ละครั้งต้องไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคสอง

 

          ข้อ ๕ ก่อนเริ่มดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน ให้ผู้รับสัมปทานยื่นแผนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Engagement Plan) ให้อธิบดีทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันและถ้าไม่ได้รับการคัดค้านจากอธิบดีว่าแผนดังกล่าวไม่เป็นไปตามประกาศนี้ ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ยื่นแผนดังกล่าว ผู้รับสัมปทานจึงจะดำเนินการได้ และแผนดังกล่าว อย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
          (๑) การระบุและวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย
          (๒) การกำหนดวิธีการในการดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
          (๓) การกำหนดแผนการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
          (๔) รายละเอียดของข้อมูลที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
          (๕) ข้อมูลอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกำหนด


          ข้อ ๖ ให้ผู้รับสัมปทานยื่นรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายละเอียด ดังต่อไปนี้
          (๑) บทสรุปผู้บริหาร
          (๒) ความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ และขอบเขตการประเมินผลกระทบ
          (๓) กฎหมาย ข้อกำหนด และนโยบายที่เกี่ยวข้อง
          (๔) รายละเอียดโครงการ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ของ ที่ตั้งโครงการ รายการสิ่งติดตั้งที่จะทำการรื้อถอน ทางเลือกและเทคนิควิธีการรื้อถอน ขั้นตอนและรายละเอียดของกิจกรรมการรื้อถอน ระยะเวลาดำเนินโครงการ การจ้างงานและสาธารณูปโภค การจัดการของเสียที่เกิดจากการรื้อถอน การจัดการด้านความปลอดภัย
          (๕) ข้อมูลสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ของ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าคุณภาพชีวิตเป็นต้น
          (๖) การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ตามแผนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
          (๗) การประเมินผลกระทบทั่วไปจากการรื้อถอนตามวิธีการรื้อถอนที่ได้กำหนดขึ้นในทุกทางเลือก
          (๘) การประเมินผลกระทบสะสม ซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ของ การทบทวนประเด็นผลกระทบสะสม การกำหนดขอบเขตพื้นที่และระยะเวลา และผลการประเมินผลกระทบสะสม
          (๙) มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่เหมาะสมสำหรับวิธีการรื้อถอนแต่ละทางเลือก
          (๑๐) มาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม
          (๑๑) ข้อมูลอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกำหนด
          ให้ผู้รับสัมปทานยื่นรายงานตามวรรคหนึ่งเพื่อให้อธิบดีพิจารณาให้ความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และกรอบระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย และหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๕๙ ทั้งนี้ วิธีการประเมินและจัดทำรายงานดังกล่าวต้องเป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดในคู่มือการจัดทำรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

 

          ข้อ ๗ ก่อนกิจกรรมการรื้อถอน หากมีสิ่งติดตั้งที่ต้องรื้อถอนเพิ่มขึ้นหรือเทคโนโลยีด้านการรื้อถอนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลกระทบต่อรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน ให้ผู้รับสัมปทานยื่นรายงานการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว เพื่อให้อธิบดีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มกิจกรรมการรื้อถอนอธิบดีจะพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานตามวรรคหนึ่งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับสัมปทานทราบภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานดังกล่าวและเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน โดยให้นำความในข้อ ๔ วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
         

          ข้อ ๘ ในระหว่างกิจกรรมการรื้อถอน หากมีเหตุอันสมควรที่ผู้รับสัมปทานต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการรื้อถอนหรือทางเลือกวิธีการรื้อถอนที่ไม่ได้ประเมินไว้ในรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนที่ได้รับความเห็นชอบ ให้ผู้รับสัมปทานยื่นรายงานการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว เพื่อให้อธิบดีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มดำเนินการในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง อธิบดีจะพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานตามวรรคหนึ่งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับสัมปทานทราบภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานดังกล่าวและเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนโดยให้นำความในข้อ ๔ วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
 

 

หมวด ๒
รายงานการพิจารณาวิธีการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เหมาะสมที่สุด


          ข้อ ๙ ให้ผู้รับสัมปทานพิจารณาทางเลือกในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่คาดว่าเหมาะสมที่สุดจากทางเลือกทั้งหมดที่เสนอไว้ในรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว และจัดทำรายงานการพิจารณาวิธีการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
          (๑) บทสรุปผู้บริหาร
          (๒) บทนำ: ความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์และขอบเขตการพิจารณาวิธีการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เหมาะสมที่สุด
          (๓) รายละเอียดโครงการ: ตำแหน่งที่ตั้งโครงการ รายละเอียดสิ่งติดตั้ง สภาพแวดล้อมพื้นฐาน
          (๔) ทางเลือกในการรื้อถอนสิ่งและเทคนิควิธีการรื้อถอน
          (๕) การพิจารณาวิธีการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เหมาะสมที่สุด: วิธีการและเกณฑ์ในการพิจารณาทางเลือกผลการพิจารณาทางเลือก สรุปทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

          (๖) ข้อมูลอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกำหนด
          ให้ผู้รับสัมปทานยื่นรายงานตามวรรคหนึ่งเพื่อให้อธิบดีพิจารณาให้ความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และกรอบระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย และหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๕๙ ทั้งนี้ วิธีการพิจารณา และจัดทำรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องเป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดในคู่มือการพิจารณาวิธีการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เหมาะสมที่สุดของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และรายงานดังกล่าวต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทุกทางเลือกในการรื้อถอนที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน

 

          ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานได้รับความเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดในรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบต่อการพิจารณาวิธีการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เหมาะสมที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ ให้ผู้รับสัมปทานทบทวนการพิจารณาวิธีการรื้อถอนที่เหมาะสมที่สุดและยื่นรายงานการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในรายงานการพิจารณาวิธีการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เหมาะสมที่สุดที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว ภายในหกสิบวันนับจากวันที่ได้รับความเห็นชอบ
ให้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดในรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน
          อธิบดีจะพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานตามวรรคหนึ่งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับสัมปทานทราบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานดังกล่าวและเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนโดยให้นำความในข้อ ๔ วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

 

หมวด ๓
แผนการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับกิจกรรมการรื้อถอน


          ข้อ ๑๑ ให้ผู้รับสัมปทานจัดทำแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับกิจกรรมการรื้อถอน (DEM Plan) ซึ่งเป็นรายการหนึ่งของแผนงานการรื้อถอนโดยละเอียด โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด
ดังต่อไปนี้
          (๑) บทสรุปผู้บริหาร
          (๒) วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการจัดทำแผน
          (๓) แผนการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับกิจกรรมการรื้อถอน อย่างน้อยต้องประกอบด้วยหัวข้อย่อยดังต่อไปนี้
                    (ก) มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
                    (ข) แผนการตอบสนองกรณีเหตุฉุกเฉิน
                    (ค) แผนการทำความสะอาดและกำจัดสารปนเปื้อนสิ่งติดตั้งที่ต้องรื้อถอน
                    (ง) แผนการจัดการของเสีย (Waste Management)(จ) แผนการจัดการตะกอนพื้นทะเล (Seabed Deposits Management) สำหรับกิจกรรมการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในทะเล หรือแผนการจัดการสภาพพื้นที่ให้กลับมีสภาพเหมือนเดิมเท่าที่สามารถจะกระทำได้ สำหรับกิจกรรมการรื้อถอนสิ่งติดตั้งบนบก
                    (ฉ) แผนการกำจัดสิ่งติดตั้งภายหลังการรื้อถอน (Dismantling and Disposal Management)
                    (ช) แผนงานอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกำหนด
          (๔) ระยะเวลาการยื่นรายงานการตรวจสอบการปฏิบัติงานตามแผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (DEM Compliance Report)
          (๕) ข้อมูลอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกำหนดให้ผู้รับสัมปทานยื่นแผนงานการรื้อถอนโดยละเอียด โดยมีแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับกิจกรรมการรื้อถอน (DEM Plan) ซึ่งเป็นรายการหนึ่งของแผนงานดังกล่าว เพื่อให้อธิบดีพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย และหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๕๙

 

          ข้อ ๑๒ ในระหว่างกิจกรรมการรื้อถอน ให้ผู้รับสัมปทานยื่นรายงานการตรวจสอบการปฏิบัติงานตามแผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (DEM Compliance Report) เพื่อให้อธิบดีรับทราบตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๑ (๔) โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
          (๑) บทสรุปผู้บริหาร
          (๒) กรอบการดำเนินงาน ซึ่งมีสาระสำคัญ ได้แก่ รายละเอียดโดยสังเขปของสิ่งติดตั้งสถานการณ์ดำเนินงานรื้อถอน การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ต้องดำเนินการ เป็นต้น
          (๓) ผลการปฏิบัติตามแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับกิจกรรมการรื้อถอน ซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ของ ความคืบหน้าและความสำเร็จของการดำเนินงานตามแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมปัญหาอุปสรรคและการแก้ไข เหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นและการตอบสนองต่อเหตุการณ์
          (๔) บทสรุป ข้อเสนอแนะ และการดำเนินงานขั้นต่อไป

 

          ข้อ ๑๓ ให้ผู้รับสัมปทานยื่นรายงานผลการปฏิบัติตามกิจกรรมการรื้อถอน (Closeout Report for Decommissioning Activity) ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับสัมปทานได้ดำเนินกิจกรรม
การรื้อถอนแล้วเสร็จตามแผนงานการรื้อถอนโดยละเอียด ซึ่งรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
          (๑) บทสรุปผู้บริหาร
          (๒) วัตถุประสงค์
          (๓) ข้อมูลโดยสังเขปของสิ่งติดตั้งที่รื้อถอนแล้วและสิ่งติดตั้งที่ยังคงไว้ที่เดิม
          (๔) รายละเอียดของการปฏิบัติตามแผนย่อยแต่ละแผน

          (๕) ข้อมูลสิ่งแวดล้อมพื้นฐานสำหรับการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน (Baseline Data of Post Decommissioning Activity Monitoring)
          (๖) การตรวจหาและการเก็บเศษซากที่ตกหล่นจากการรื้อถอน (Debris Survey and Clearance)
          (๗) แผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน (Post Decommissioning Activity Monitoring Plan) ซึ่งทบทวนและปรับปรุงหลังจากได้รับข้อมูลสิ่งแวดล้อมพื้นฐานสำหรับการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอนในข้อ (๕) แล้ว และต้องกำหนดระยะเวลาการยื่นรายงานความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน (Progress of Post Decommissioning Activity Monitoring Report) และรายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน (Post Decommissioning Activity Monitoring Report) ด้วย
          (๘) ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนและประมาณการค่าใช้จ่ายในการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม
          (๙) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
          (๑๐) ข้อมูลอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกำหนด

 

          อธิบดีจะพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานตามวรรคหนึ่งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับสัมปทานทราบภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานดังกล่าวและเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน โดยให้นำความในข้อ ๔ วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
 

 

หมวด ๔
แผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน


          ข้อ ๑๔ เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมการรื้อถอนและได้รับข้อมูลสิ่งแวดล้อมพื้นฐานสำหรับการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอนแล้ว ให้ผู้รับสัมปทานใช้ข้อมูลดังกล่าวในการทบทวนและปรับปรุงแผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลการปฏิบัติตามกิจกรรมการรื้อถอนตามข้อ ๑๓
          ข้อ ๑๕ ให้ผู้รับสัมปทานยื่นรายงานความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน (Progress of Post Decommissioning Activity Monitoring Report)เพื่อให้อธิบดีทราบภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
          (๑) บทสรุปผู้บริหาร
          (๒) กรอบการดำเนินงาน ซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ของ ภาพรวมของแผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน สถานการณ์ติดตามตรวจสอบภายใต้รายงานฉบับนี้ วิธีการติดตามตรวจสอบ

          (๓) ผลการแปลความหมายคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ได้รับจากการติดตามตรวจสอบในช่วงระยะเวลาต่าง ๆ ภายหลังการรื้อถอน และแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงคุณภาพสิ่งแวดล้อม
          (๔) บทสรุปและข้อเสนอแนะ
          (๕) ข้อมูลอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกำหนดหากอธิบดีเห็นว่ารายงานตามวรรคหนึ่งไม่ถูกต้องหรือมีรายละเอียดไม่เพียงพอ อธิบดีอาจสั่งให้ผู้รับสัมปทานแก้ไขหรือยื่นรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้รับสัมปทานต้องแก้ไขให้ถูกต้องหรือยื่นรายละเอียดเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด

 

          ข้อ ๑๖ ให้ผู้รับสัมปทานยื่นรายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน (Post Decommissioning Activity Monitoring Report) ต่ออธิบดีเพื่อขอรับความเห็นชอบภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอนโดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
          (๑) บทสรุปผู้บริหาร
          (๒) วัตถุประสงค์
          (๓) การดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่กำหนดไว้ในแผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังกิจกรรมการรื้อถอน (Post Decommissioning Activity Monitoring Plan) ที่ได้แนบไว้ในรายงานผลการปฏิบัติตามกิจกรรมการรื้อถอน (Closeout Report)
          (๔) วิธีการติดตามตรวจสอบและข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบ
          (๕) ผลการแปลความหมายคุณภาพสิ่งแวดล้อมจากการติดตามตรวจสอบในช่วงระยะเวลาต่าง ๆภายหลังการรื้อถอน และการเปลี่ยนแปลงคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังการรื้อถอนจนถึงเวลาที่จัดทำรายงาน
          (๖) สรุปค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนและการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายหลังการรื้อถอน
          (๗) บทสรุปและข้อเสนอแนะ
          (๘) ข้อมูลอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกำหนด
          อธิบดีจะพิจารณารายงานตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับสัมปทานทราบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานดังกล่าวและเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนโดยให้นำความในข้อ ๔ วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

          ข้อ ๑๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 


ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑
วีระศักดิ์ พึ่งรัศมี
อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ