กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

ประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการกําหนดพื้นที่ที่จะดําเนินการสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียม ในรูปแบบของสัมปทาน สัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือสัญญาจ้างบริการ

ดาวน์โหลด PDF

 

 

ประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียม

เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการกําหนดพื้นที่ที่จะดําเนินการสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียม

 ในรูปแบบของสัมปทานสัญญาแบ่งปันผลผลิตหรือสัญญาจ้างบริการ

 

       โดยที่เป็นการสมควรกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกําหนดพื้นที่ที่จะดําเนินการสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบของสัมปทานสัญญาแบ่งปันผลผลิตหรือสัญญาจ้างบริการ

       อาศัยอํานาจตามความในมาตรา๒๓วรรคสี่แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียมพ.ศ.๒๕๑๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม(ฉบับที่๗)พ.ศ.๒๕๖๐คณะกรรมการปิโตรเลียมโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

       ข้อ ๑ ในประกาศนี้

       “พื้นที่” หมายความว่าพื้นที่ที่จะกําหนดเป็นแปลงสํารวจ

       “หลุมสํารวจ” หมายความว่าหลุมที่เจาะขึ้นเพื่อใช้ดําเนินการสํารวจตามมาตรฐาน

ในการค้นหาปิโตรเลียมโดยเจาะเพื่อทดสอบชั้นหินเพื่อให้ทราบว่ามีปิโตรเลียมอยู่หรือไม่เพียงใดแต่ไม่รวมถึงหลุมประเมินผลและหลุมผลิตปิโตรเลียม

       “ปริมาณสํารอง” หมายความว่าผลรวมของปริมาณสํารองปิโตรเลียมที่พิสูจน์แล้ว(proved reserves)กับปริมาณสํารองปิโตรเลียมที่คาดว่าจะพบ(probable reserves)ประเมิน ณ เวลาหนึ่งๆเป็นรายพื้นที่โดยอ้างอิงวิธีการประเมินปริมาณสํารองปิโตรเลียมตามมาตรฐาน

Petroleum Resources Management System (PRMS) หรือมาตรฐานอื่นที่อธิบดีเห็นชอบ

       “โอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของประเทศไทย” หมายความว่าผลการคํานวณเชิงสถิติจากจํานวนหลุมสํารวจทั้งหมดในประเทศที่พบปิโตรเลียมซึ่งนําไปสู่การผลิตปิโตรเลียมได้หารด้วยจํานวนหลุมสํารวจทั้งหมดในประเทศไทยซึ่งคิดเป็นอัตราร้อยละทั้งนี้ตามเอกสารหมายเลข๑ท้ายประกาศนี้

       “โอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียม” หมายความว่า ผลการคํานวณเชิงสถิติจากจํานวนหลุมสํารวจทั้งหมดที่พบปิโตรเลียมซึ่งนําไปสู่การผลิตปิโตรเลียมได้ในภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมหนึ่ง หารด้วยจํานวนหลุมสํารวจทั้งหมดของภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมนั้นซึ่งคิดเป็นอัตราร้อยละทั้งนี้ตามเอกสารหมายเลข๑ท้ายประกาศนี้

       “ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียม” หมายความว่าภูมิภาคที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกําหนดขึ้น ตามลักษณะธรณีวิทยาปิโตรเลียมคือ
(๑) ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมตะวันออกเฉียงเหนือ 
(๒) ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมเหนือและกลาง (๓) ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมใต้บนบก (๔) ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมทะเลอ่าวไทย และ (๕) ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมทะเลอันดามัน ทั้งนี้
 

ตามเอกสารหมายเลข๒ท้ายประกาศนี้

       ข้อ ๒ พื้นที่ใดที่มีผลการสํารวจพบปิโตรเลียมที่ชัดเจนและมีข้อมูลคาดการณ์ได้ว่ามีปริมาณสํารองน้ํามันดิบตั้งแต่สามร้อยล้านบาร์เรลขึ้นไปและมีปริมาณการผลิตสะสมรวมกับปริมาณสํารอง

 

น้ำามันดิบที่เหลืออยู่เฉลี่ยทั้งพื้นที่ที่มีค่ามากกว่าสี่ล้านบาร์เรลต่อหลุมผลิตปิโตรเลียมหรือมีปริมาณสํารองก๊าซธรรมชาติตั้งแต่สามล้านล้านลูกบาศก์ฟุตขึ้นไปและมีปริมาณการผลิตสะสมรวมกับปริมาณสํารองก๊าซธรรมชาติที่เหลืออยู่เฉลี่ยทั้งพื้นที่ที่มีค่ามากกว่าสี่หมื่นล้านลูกบาศก์ฟุตต่อหลุมผลิตปิโตรเลียม ให้การสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่นั้นดําเนินการในรูปแบบสัญญาจ้างบริการ

          ข้อ ๓ พื้นที่อื่นนอกจากพื้นที่ตามข้อ๒การกําหนดรูปแบบการให้สิทธิสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ใดให้พิจารณาจากโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมที่มีพื้นที่นั้นอยู่เทียบกับโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยดังต่อไปนี้

 (๑)หากโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมใดมีค่าสูงกว่าโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยให้ดําเนินการสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ในภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมนั้นในรูปแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต

    (๒)หากโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมใดมีค่าต่ํากว่าหรือเท่ากับโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยให้ดําเนินการสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ในภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมนั้นในรูปแบบสัมปทาน

            ข้อ ๔ ในกรณีที่ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ในข้อ๒หรือข้อ๓แล้วไม่สามารถหาผู้รับสัญญาจ้างบริการผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตหรือผู้รับสัมปทานตามรูปแบบที่กําหนดไว้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้ให้รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการปิโตรเลียมพิจารณานําพื้นที่นั้นมาดําเนินการสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบใดก็ได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อให้มีการพัฒนาทรัพยากรปิโตรเลียมขึ้นมาใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

            ข้อ ๕ ให้มีการทบทวนโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยโอกาสพบปิโตรเลียม

ในเชิงพาณิชย์ของภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมและการพิจารณารูปแบบการให้สิทธิสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียมของแต่ละภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมทุกๆสามปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

         ในกรณีที่ผลการทบทวนตามวรรคหนึ่งปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยหรือโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียม หรือเปลี่ยนแปลงการพิจารณารูปแบบการให้สิทธิสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียมของแต่ละภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียม การเปลี่ยนแปลงนั้นย่อมไม่กระทบต่อการให้สิทธิสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ใดที่ได้ให้ไปแล้วก่อนวันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น

             ข้อ ๖ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศณวันที่๑๙ตุลาคมพ.ศ.๒๕๖๐

 ธรรมยศศรีช่วย

 ประธานกรรมการปิโตรเลียม

 

 

 

 

 

 

เอกสารหมายเลข๑

โอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยและโอกาสพบปิโตรเลียม

ในเชิงพาณิชย์ของภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมมีดังต่อไปนี้

ประเทศไทย/ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียม

โอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์(ร้อยละ)

  ๑.ประเทศไทย

๓๙
  ๒.ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๔
  ๓.ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมเหนือและกลาง ๓๑
  ๔.ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมใต้บนบก
  ๕.ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมทะเลอ่าวไทย ๕๑

  ๖.ภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมทะเลอันดามัน

 

หมายเหตุ โอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์เป็นผลการคานวณเชิงสถิติจากจานวนหลุมสารวจ ทั้งหมดที่พบปิโตรเลียมซึ่งนาไปสู่การผลิตปิโตรเลียมได้หารด้วยจานวนหลุมสารวจทั้งหมดโดยพิจารณารูปแบบการให้สิทธิสารวจหรือผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่นั้นในรูปแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตหรือในรูปแบบสัมปทานจากการเปรียบเทียบโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมที่มีพื้นที่นั้นอยู่กับโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของประเทศไทย