กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

กฎกระทรวง ว่าด้วยการชำระค่าภาคหลวงและรายได้อื่น ๆ จากการผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมให้แก่รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งมาเลเซีย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551

ดาวน์โหลด PDF

 

 

กฎกระทรวง

ว่าด้วยการชำระค่าภาคหลวงและรายได้อื่น ๆ

จากการผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมให้แก่รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย

และรัฐบาลแห่งมาเลเซีย (ฉบับที่ 2)

พ.ศ. 2551

                  

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 10 และมาตรา 18 (2) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

 

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 10/1 แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยการชำระค่าภาคหลวงและรายได้อื่น ๆ จากการผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมให้แก่รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งมาเลเซีย พ.ศ. 2547

“ข้อ 10/1  ในกรณีที่องค์กรร่วมได้รับรายได้จากการผลิตปิโตรเลียมเป็นเงินริงกิตหรือเงินบาท หากได้รับการร้องขอจาก Economic Planning Unit of the Prime Minister’s Department ในกรณีของมาเลเซีย หรือกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในกรณีของราชอาณาจักรไทย องค์กรร่วมอาจชำระเงินจากรายได้ดังกล่าวแก่รัฐบาลแห่งมาเลเซีย หรือรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นเงินริงกิตหรือเงินบาท แล้วแต่กรณี

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วรรณรัตน์  ชาญนุกูล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ข้อ 10 แห่งกฎกระทรวงว่าด้วย การชำระค่าภาคหลวงและรายได้อื่น ๆ จากการผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมให้แก่รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งมาเลเซีย พ.ศ. 2547 กำหนดให้องค์กรร่วมไทย – มาเลเซียชำระเงินทั้งปวงแก่รัฐบาลทั้งสองเป็นเงินเหรียญสหรัฐอเมริกาหรือเงินตราสกุลอื่นตามที่รัฐบาลทั้งสองตกลงกัน แต่เนื่องจากการซื้อขายปิโตรเลียมที่ผลิตได้จากพื้นที่พัฒนาร่วมในส่วนของก๊าซธรรมชาติเหลวจะซื้อขายโดยวิธีการประมูล ซึ่งในทางปฏิบัติหากบริษัทน้ำมันของต่างประเทศเป็นผู้ประมูลได้ก็จะชำระเงินให้องค์กรร่วมไทย – มาเลเซียเป็นเงินเหรียญสหรัฐอเมริกา แต่หากบริษัทน้ำมันของไทยหรือของมาเลเซียประมูลได้อาจซื้อขายเป็นเงินบาทหรือเงินริงกิต แล้วแต่กรณี  ดังนั้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นสำหรับองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย ในการนำส่งเงินรายได้ให้แก่แต่ละรัฐบาล ในกรณีที่องค์กรร่วมไทย – มาเลเซีย ได้รับรายได้จากการผลิตปิโตรเลียมเป็นเงินบาทหรือเงินริงกิต สมควรกำหนดให้องค์กรร่วมไทย – มาเลเซียสามารถชำระเงินจากรายได้ดังกล่าวเป็นเงินบาทหรือเงินริงกิตได้ หากได้มีการร้องขอจากรัฐบาลแต่ละฝ่าย  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

 

 

 

นภาพร/ผู้จัดทำ

3 มิถุนายน 2556

 

วิชพงษ์/ตรวจ

4 มิถุนายน 2556