กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514

ดาวน์โหลด PDF

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2536)

ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม

พ.ศ. 2514

-------------

 

                       อาศัยอำนาจตามความมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียมพ.ศ. 2514 และมาตรา 26 (16) แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

                       ข้อ 1  ในกรณีที่บริษัทผู้ได้รับสัมปทานมีแปลงสำรวจหลายแปลง โดยแปลงสำรวจบางแปลงอยู่ใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ฉบับก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 และแปลงสำรวจบางแปลงอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ฉบับซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 ให้บริษัทดังกล่าวเฉลี่ยรายได้หรือรายจ่ายรายการที่ไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้งว่าส่วนใดเป็นรายได้หรือรายจ่ายของแปลงสำรวจภายใต้บังคับพระราชบัญญัติฉบับใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

                       ข้อ 2  ในการคำนวณรายได้ ให้บริษัทเฉลี่ยรายได้นั้นตามสัดส่วนของรายจ่ายทั้งหมดของแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ

                       ข้อ 3  ในการคำนวณรายจ่าย ให้บริษัทเฉลี่ยดังนี้

                       (1) เงินเดือนและค่าแรงงานซึ่งโดยทางปฏิบัติไม่สามารถหรือไม่เหมาะสมที่จะจัดทำตารางเวลาการทำงาน (Time Sheet) เพื่อแยกงานว่าเป็นของแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติฉบับใด ให้บริษัทเฉลี่ยเงินเดือนและค่าแรงงานนั้นตามสัดส่วนเงินเดือนและค่าแรงงานที่เทียบเคียงกันได้ตามที่ได้มีการจัดทำตารางเวลาการทำงานของแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ

                       (2) รายจ่ายนอกเหนือจากรายจ่ายตาม (1) ให้บริษัทเฉลี่ยตามสัดส่วนของรายจ่ายทั้งหมดที่แบ่งแยกได้ของแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ

                       ข้อ 4  ในกรณีที่บริษัทเห็นว่า การคำนวณรายได้หรือรายจ่ายโดยวิธีอื่นจะถูกต้องตามความเป็นจริงมากกว่าการคำนวณตามหลักเกณฑ์ข้อ 2 หรือข้อ 3 แล้วแต่กรณีบริษัทอาจขออนุมัติเพื่อนำหลักเกณฑ์อื่นนั้นมาใช้แทนได้ โดยทำเป็นหนังสือแสดงเหตุผลของการขอเปลี่ยนแปลงยื่นต่ออธิบดีและเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป

                       ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏในภายหลังว่า หลักเกณฑ์การคำนวณที่อธิบดีอนุมัติตามคำขอของบริษัทตามวรรคหนึ่ง ไม่เหมาะสมด้วยประการใด ๆ หรือสภาพการณ์เปลี่ยนแปลงไปให้อธิบดีมีอำนาจสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนต่อการกระทำใด ๆ ที่บริษัทได้กระทำไปแล้วก่อนวันที่อธิบดีสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง

 

ให้ไว้ ณ วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2536

        ธารินทร์  นิมมานเหมินท์

   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา 26 (16) แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 กำหนดให้บริษัทที่มีแปลงสำรวจหลายแปลง โดยแปลงสำรวจบางแปลงอยู่ในสัมปทานที่ได้ให้ไว้ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 และแปลงสำรวจบางแปลงอยู่ในสัมปทานที่ได้ให้ไว้ภายหลังมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532แล้วต้องคำนวณรายได้และรายจ่ายสำหรับแปลงสำรวจในสัมปทานนั้น ๆ แยกต่างหากจากกันและถ้ารายได้และรายจ่ายรายการใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้ง ให้เฉลี่ยรายได้และรายจ่ายตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

[รก. 2536/181/1พ/5 พฤศจิกายน 2536]