กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

กฎกระทรวง ฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514

ดาวน์โหลด PDF

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2534)

ออกตามความในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม

พ.ศ. 2514

-------------

 

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียมพ.ศ. 2514 และมาตรา 42 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

                    ข้อ 1  ให้ผู้รับสัมปทานยื่นแผนการผลิตตามแบบที่กำหนดในข้อ 3 ต่ออธิบดีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีในการกำหนดพื้นที่ผลิตตามมาตรา 42

                    ข้อ 2  ในกรณีที่อธิบดีให้ความเห็นชอบกำหนดพื้นที่ผลิตเพิ่มเติมในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมเดียวกับพื้นที่ผลิตที่ผู้รับสัมปทานรายนั้นได้ยื่นแผนการผลิตไว้ก่อนแล้ว ผู้รับสัมปทานอาจยื่นแผนการผลิตตามข้อ 1 สำหรับพื้นที่ผลิตเพิ่มเติมหรือยื่นแผนการผลิตใหม่ สำหรับพื้นที่ผลิตเดิมและพื้นที่ผลิตเพิ่มเติมรวมกันก็ได้ แต่ต้องยื่นแผนการผลิตดังกล่าวภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีในการกำหนดพื้นที่ผลิตเพิ่มเติม

                    ข้อ 3  แผนการผลิตตามข้อ 1 และข้อ 2 ให้เป็นไปตามแบบ กทธ/ป 8 ท้ายกฎกระทรวงนี้

                    แผนการผลิตความวรรคหนึ่ง ให้ผู้รับสัมปทานแสดงรายการของแผนการผลิตในแต่ละข้อให้ครบถ้วนและเพียงพอที่จะทำให้สามารถเข้าใจได้ว่าแผนการผลิตมีหรือจะมีการปฏิบัติการอย่างไร

                    ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้รับสัมปทานแสดงรายละเอียดของรายการของแผนการผลิตเป็นการเพิ่มเติมได้

                    ข้อ 4  ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าการแสดงรายการในแผนการผลิตไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในข้อ 3 ให้อธิบดีมีอำนาจแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับสัมปทานแก้ไขแผนการผลิตให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด

                    ข้อ 5  การดำเนินการหรือการปฏิบัติการที่แตกต่างไปจากแผนการผลิต ผู้รับสัมปทานจะต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีก่อน เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินหรือเป็นกรณีตามที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ผู้รับสัมปทานดำเนินการหรือปฏิบัติการไปพลางก่อนได้ แต่ต้องแจ้งเหตุผลเป็นหนังสือให้อธิบดีทราบโดยเร็วเพื่อให้อธิบดีให้ความเห็นชอบ

                    ข้อ 6  ให้ผู้รับสัมปทานทบทวนแผนการผลิตเป็นรายปี และแจ้งผลการทบทวนตามแบบ กทธ/ป 8 ท้ายกฎกระทรวงนี้ต่ออธิบดีก่อนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี

                    ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานได้ยื่นแผนการผลิตตามข้อ 1 และข้อ 2 ก่อนวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ให้ผู้รับสัมปทานได้รับยกเว้นไม่ต้องทบทวนแผนการผลิตสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว

                    รอบระยะเวลาบัญชี ตามข้อนี้ หมายความว่า รอบระยะเวลาบัญชีตามปกติของผู้รับสัมปทาน

                    ข้อ 7  ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานเป็นผู้ที่ได้รับความยินยอมจากรัฐมนตรีตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 ให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 และได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีในการกำหนดพื้นที่ผลิตตามมาตรา 42 อยู่แล้วในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ผู้รับสัมปทานยื่นแผนการผลิตภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

 

                                            ให้ไว้ ณ วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2534

                                           สิปปนนท์ เกตุทัต

                                       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ:-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปิโตรเลียมพ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 ได้กำหนดให้ผู้รับสัมปทานที่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีโดยอนุมัติของรัฐมนตรีให้ผลิตปิโตรเลียมจากพื้นที่ผลิต ต้องยื่นแผนการผลิตในรายละเอียดสำหรับพื้นที่ผลิตนั้น และจะต้องทบทวนแผนการผลิตปิโตรเลียมแล้วแจ้งผลการทบทวนเป็นหนังสือต่ออธิบดีทุกปี เพื่อให้รัฐสามารถวางแผนการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับแผนการนำทรัพยากรของประเทศมาใช้ประโยชน์และโดยที่มาตรา 42 ทวิ บัญญัติให้การยื่นแผนการผลิตต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและระยะเวลาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

[รก.2534/224/1231/19 ธันวาคม 2534]