กฏหมายสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พื้นที่สัมปทานในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำรวจ ผลิต และอนุรักษ์ปิโตรเลียม พ.ศ. 2555

ดาวน์โหลด PDF

 

 

กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำรวจ ผลิต
และอนุรักษ์ปิโตรเลียม พ.ศ. 2555

-----------------------------------------------------

 

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 41 มาตรา 42 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

          ข้อ 1 ให้ยกเลิก

                    (1) กฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2514) ออกตามความในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม
พ.ศ. 2514

                    (2) กฎกระทรวง ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514

          ข้อ 2 ก่อนดำเนินการสำรวจปิโตรเลียมในบริเวณใด ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งรายการดังต่อไปนี้ เป็นหนังสือ ให้อธิบดีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

                    (1) วิธีการสำรวจพร้อมวัตถุประสงค์ของการสำรวจ

                    (2) แผนที่แสดงตำแหน่งและบริเวณที่จะสำรวจ

                    (3) แผนการ ปริมาณงาน และระยะเวลาดำเนินการสำรวจ

                    (4) ชื่อและที่อยู่ของตัวแทนของผู้รับสัมปทานซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ บริเวณสำรวจ

                    (5) รายละเอียดอื่นที่จำเป็นเกี่ยวกับการสำรวจ

          ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการตามวรรคหนึ่ง ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งเป็น หนังสือให้อธิบดีทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

หากอธิบดีเห็นว่ารายการที่แจ้งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองมีรายละเอียดไม่เพียงพอและสั่งให้ผู้รับสัมปทานแก้ไขเพิ่มเติม ผู้รับสัมปทานต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง

          ข้อ 3 ก่อนดำเนินการสำรวจปิโตรเลียมโดยวิธีวัดคลื่นไหวสะเทือน ผู้รับสัมปทานต้องจัดทำ รายงานแผนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมสำหรับการสำรวจปิโตรเลียมโดยวิธี วัดคลื่นไหวสะเทือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยยื่นต่ออธิบดีล่วงหน้าไม่น้อยกว่า หกสิบวันเพื่อขออนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะดำเนินการได้

          ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆ ในการดำเนินงานที่แตกต่างในสาระสำคัญ จากที่ระบุในรายงานตามวรรคหนึ่ง ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งรายละเอียดและเหตุผลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวพร้อมมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นหนังสือต่ออธิบดีล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันเพื่อขออนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะดำเนินการได้

          ในกรณีฉุกเฉิน ผู้รับสัมปทานจะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตามวรรคสองไปก่อนเพื่อป้องกัน การสูญเสียหรือความเสียหายใดในระหว่างการดำเนินงานก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้อธิบดีทราบโดยพลันถึงรายละเอียด ของการเปลี่ยนแปลง มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเหตุผลที่ทำให้เป็นกรณีฉุกเฉิน และอธิบดีอาจสั่งให้ผู้รับสัมปทานแก้ไขเพิ่มเติมได้

          ข้อ 4 ก่อนดำเนินการเจาะหลุมเพื่อการสำรวจปิโตรเลียม หลุมเพื่อการผลิตปิโตรเลียม หรือหลุมอัดน้ำสำหรับกิจการปิโตรเลียม ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งรายการดังต่อไปนี้เป็นหนังสือให้ อธิบดีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

                    (1) วิธีการเจาะพร้อมวัตถุประสงค์ของการเจาะ

                    (2) แผนที่แสดงตำแหน่งที่จะเจาะและแนวหลุม

                    (3) แผนการ ปริมาณงาน งบประมาณ และระยะเวลาดำเนินการเจาะ

                    (4) รายละเอียดของแท่นเจาะ

                    (5) แผนที่และรายละเอียดด้านโครงสร้างทางธรณีวิทยาของตำแหน่งหลุมเจาะ

                    (6) รายละเอียดอื่นที่จำเป็นเกี่ยวกับการเจาะ

          ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการตามวรรคหนึ่ง ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ อธิบดี ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

          หากอธิบดีเห็นว่ารายการที่แจ้งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองมีรายละเอียดไม่เพียงพอและสั่งให้ผู้รับสัมปทานแก้ไขเพิ่มเติม ผู้รับสัมปทานต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง

          ข้อ 5 ในการเจาะหลุมเพื่อการสำรวจปิโตรเลียม ผู้รับสัมปทานต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

                    (1) ติดตั้งเครื่องป้องกันการพลุ่งของปิโตรเลียมไว้ที่หลุมเจาะ

                    (2) บำรุงรักษาเครื่องป้องกันการพลุ่งของปิโตรเลียมให้คงสภาพใช้การได้ดีอยู่เสมอ และทำการทดสอบตามที่กำหนดในคู่มือของเครื่องนั้น

                    (3) ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับควบคุมเครื่องป้องกันการพลุ่งของปิโตรเลียมในที่ที่สามารถ ปฏิบัติการได้ทันท่วงที พร้อมทั้งบำรุงรักษาให้คงมีสภาพใช้การได้ดีอยู่เสมอ

                    (4) ดูแลน้ำโคลนที่ใช้ในการเจาะให้มีปริมาณและคุณภาพเหมาะสมในระหว่างการเจาะ

                    (5) หยั่งธรณีหลุมเจาะติดต่อกันไปตลอดความลึกของหลุม

                    (6) เก็บตัวอย่างดินหรือหินที่เจาะผ่านทุกระยะไม่เกินสิบเมตรติดต่อกันไปตลอด
ความลึกของหลุมเจาะ

          ในกรณีที่มีข้อมูลเพียงพอและมีเหตุผลทางเทคนิคที่สมควร ผู้รับสัมปทานอาจขอยกเว้น
การปฏิบัติตาม (5) หรือ (6) ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี

          ข้อ 6 ในการเจาะหลุมเพื่อการผลิตปิโตรเลียม หรือหลุมอัดน้ำสำหรับกิจการปิโตรเลียม
ผู้รับสัมปทานต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

                    (1) ติดตั้งเครื่องป้องกันการพลุ่งของปิโตรเลียมไว้ที่หลุมเจาะ

                    (2) บำรุงรักษาเครื่องป้องกันการพลุ่งของปิโตรเลียมให้คงสภาพใช้การได้ดีอยู่เสมอ และทำการทดสอบตามที่กำหนดในคู่มือของเครื่องนั้น

                    (3) ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับควบคุมเครื่องป้องกันการพลุ่งของปิโตรเลียมในที่ที่สามารถ ปฏิบัติการได้ทันท่วงที พร้อมทั้งบำรุงรักษาให้คงมีสภาพใช้การได้ดีอยู่เสมอ

                    (4) ดูแลน้ำโคลนที่ใช้ในการเจาะให้มีปริมาณและคุณภาพเหมาะสมในระหว่างการเจาะ

          ข้อ 7 ก่อนทดสอบการไหลของปิโตรเลียมนอกพื้นที่ผลิต ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งเหตุผล วิธีการ แผนการทดสอบ และแผนการจัดการปิโตรเลียมที่ได้จากการทดสอบเป็นหนังสือตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ อธิบดีประกาศกำหนด โดยยื่นต่ออธิบดีล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันเพื่อขออนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จึงจะดำเนินการได้

          ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆ ในการดำเนินงานที่แตกต่างในสาระสำคัญ จากที่ได้ระบุไว้ตามวรรคหนึ่ง ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งรายละเอียดและเหตุผลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นหนังสือต่ออธิบดีล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันเพื่อขออนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะดำเนินการได้

          ข้อ 8 ก่อนดำเนินการสละหลุมเพื่อการสำรวจปิโตรเลียมไม่ว่าชั่วคราวหรือถาวร ผู้รับสัมปทานต้อง แจ้งเหตุผล วิธีการ และแผนงานเป็นหนังสือต่ออธิบดีเพื่อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง และถ้าไม่ได้ รับการคัดค้านจากอธิบดีภายในกำหนดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงดังกล่าว ผู้รับสัมปทานจึงจะดำเนินการได้

          ก่อนดำเนินการสละหลุมเพื่อการผลิตปิโตรเลียมไม่ว่าชั่วคราวหรือถาวร หรือก่อนดำเนิน การเปลี่ยนสถานภาพของหลุม ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งเหตุผล วิธีการ และแผนงานเป็นหนังสือต่ออธิบดี เพื่อขออนุมัติ และเมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะดำเนินการได้

          ในกรณีฉุกเฉิน ผู้รับสัมปทานจะดำเนินการสละหลุมตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองไปก่อน
เพื่อป้องกันการสูญเสียหรือความเสียหายใดก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้อธิบดีทราบโดยพลันถึงวิธีการและแผนงาน พร้อมทั้งเหตุผลที่ทำให้เป็นกรณีฉุกเฉิน และอธิบดีอาจสั่งให้ผู้รับสัมปทานแก้ไขเพิ่มเติมได้

          ข้อ 9 ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งเป็นหนังสือแสดงรายละเอียดและเหตุผลให้อธิบดีทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนกระทำการดังต่อไปนี้

                    (1) การกระตุ้นเพื่อเพิ่มการผลิตโดยวิธีใช้กรดหรือโดยวิธีอื่นใด

                    (2) การเจาะหลุมเพื่อการผลิตให้ลึกลงไปอีก

                    (3) การยิงผนังท่อกรุ

                    (4) การอุดก้นหลุม

                    (5) การเจาะทแยงออกด้านข้าง

                    (6) การอัดโคลนหรือซีเมนต์เข้าไปในชั้นหินเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพหลุมที่ทำสำเร็จแล้ว หรือสภาพชั้นน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติ

                    (7) การซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลุมเพื่อการผลิต นอกจาก
การซ่อมแซมที่ต้องกระทำอยู่เป็นประจำ

ในกรณีฉุกเฉิน ผู้รับสัมปทานจะกระทำการตามวรรคหนึ่งไปก่อนเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกัน การสูญเสีย หรือความเสียหายใดก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้อธิบดีทราบโดยพลันถึงรายละเอียดตามวรรคหนึ่ง และเหตุผลที่ทำให้เป็นกรณีฉุกเฉิน

          ข้อ 10 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพย์สินของแผ่นดินหรือบุคคลอื่น ผู้รับสัมปทานหรือผู้รับจ้างซึ่งได้ทำสัญญาจ้างเหมาโดยตรงกับผู้รับสัมปทานต้องกระทำการดังต่อไปนี้

                    (1) กลบหลุมที่ระเบิดและหลุมอื่นๆ ที่ใช้ในการสำรวจโดยวิธีวัดคลื่นไหวสะเทือน
ให้แน่นในทันทีที่ไม่ต้องการใช้อีกต่อไป

                    (2) กรุผนังหลุมเพื่อการสำรวจปิโตรเลียม หลุมเพื่อการผลิตปิโตรเลียม หรือหลุม อัดน้ำสำหรับกิจการปิโตรเลียม ด้วยท่อโลหะและใช้ซีเมนต์ยึดและอุดช่องว่างระหว่างผิวด้านนอกของท่อกรุ กับผนังหลุมนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานปิโตรเลียมที่ดี

                    (3) ควบคุมการไหลของปิโตรเลียมและป้องกันไม่ให้ปิโตรเลียมรั่วไหลหรือสูญเสีย ไปโดยไร้ประโยชน์

                    (4) ดูแลรักษาพื้นที่ในบริเวณที่มีการสำรวจ ในกรณีที่จะมีการดำเนินการผลิตปิโตรเลียม

                    (5) ใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อ

                              (ก) ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ชั้นน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียง

                              (ข) ป้องกันไม่ให้น้ำในชั้นน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติเข้าไปในหลุม และป้องกัน ไม่ให้น้ำ จากภายนอกเข้าไปในชั้นน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการใช้น้ำในการผลิตขั้นสอง หรือขั้นสามและการรักษาความดันของแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม

                              (ค) ป้องกันไม่ให้ปิโตรเลียม น้ำเค็ม น้ำโคลน ที่ใช้ในการเจาะ หรือสิ่งโสโครกอื่นใด รั่วไหล เข้าไปในแหล่งน้ำธรรมชาติใต้ดิน

                              (ง) ควบคุมการจัดการของเสีย สิ่งปฏิกูล หรือวัสดุหรือสารเคมีที่ไม่ใช้แล้ว

                    (6) บำรุงรักษาโครงก่อสร้าง เครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องใช้ที่ใช้ในการสำรวจ ผลิต และอนุรักษ์ปิโตรเลียมให้คงสภาพใช้การได้ดีและปลอดภัยอยู่เสมอ

          ข้อ 11 ผู้รับสัมปทานต้อง

                              (1) เตรียมและดำเนินการอนุรักษ์ปิโตรเลียมตามหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงาน ปิโตรเลียมที่ดี

                              (2) ดำเนินมาตรการที่เพียงพอเพื่อป้องกันก๊าซธรรมชาติไม่ให้สูญเสียเมื่อพบชั้นหิน
ที่มีก๊าซธรรมชาติและทราบขอบเขตของแหล่งกักเก็บก๊าซธรรมชาตินั้นแล้ว โดยยอมให้ก๊าซธรรมชาติ สูญเสียไปได้เท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่หลุมเจาะเพราะความดันสูงเกินไป และถ้าไม่นำก๊าซธรรมชาติไปใช้ในภายหลังต้องกรุปิดชั้นหินที่มีก๊าซธรรมชาตินั้น

          ข้อ 12 ผู้รับสัมปทานต้องไม่เจาะหลุมใดๆ ล้ำออกนอกเขตตามแนวดิ่งของพื้นที่ที่ผู้รับสัมปทาน ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

          ข้อ 13 ในการผลิตปิโตรเลียม ผู้รับสัมปทานต้องจัดให้มีการออกแบบและก่อสร้างสถานีผลิต ปิโตรเลียมบนบกหรือแท่นประกอบการผลิตปิโตรเลียมในทะเลที่ประกอบด้วยโครงสร้าง สิ่งติดตั้ง กลอุปกรณ์ และระบบควบคุมที่จำเป็นต่อการผลิต การกักเก็บ การวัดปริมาณ และการขนส่งปิโตรเลียมที่มีความคงทนถาวร และปลอดภัยตามมาตรฐานทางเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานปิโตรเลียมที่ดี

ให้ผู้รับสัมปทานยื่นแบบและรายละเอียดทางเทคนิคตามวรรคหนึ่ง ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

                    (1) สถานีผลิตปิโตรเลียมบนบก ให้ยื่นแบบก่อสร้าง (approved for construction drawing) และรายละเอียดทางเทคนิคที่ใช้ในการก่อสร้างให้อธิบดีทราบก่อนเริ่มทำการก่อสร้างไม่น้อยกว่า
สิบห้าวัน

                    (2) แท่นประกอบการผลิตปิโตรเลียมในทะเล ให้ยื่นแบบก่อสร้าง (approved for construction drawing) รายละเอียดทางเทคนิค และวิธีการเคลื่อนย้ายและติดตั้งแท่น ให้อธิบดีทราบก่อนที่จะเคลื่อนย้ายแท่นจากสถานีก่อสร้างไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

          ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการทางเทคนิคที่สำคัญของแบบหรือรายละเอียดที่ยื่นตามวรรคสอง ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น และเมื่อก่อสร้างสถานีผลิตหรือติดตั้งแท่นเสร็จ ให้ส่งแบบก่อสร้างฉบับสมบูรณ์ (as-built drawing) ให้อธิบดีทราบภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ก่อสร้างสถานีผลิตหรือติดตั้งแท่นเสร็จ

          หากอธิบดีเห็นว่าแบบหรือรายละเอียดที่ผู้รับสัมปทานยื่นหรือเปลี่ยนแปลง มีรายละเอียดไม่เพียงพอและสั่งให้ผู้รับสัมปทานส่งข้อมูลเพิ่มเติม ผู้รับสัมปทานต้องดำเนินการ ภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด

          ข้อ 14 ก่อนเริ่มทำการผลิตปิโตรเลียม ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งรายการดังต่อไปนี้ เป็นหนังสือให้อธิบดีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

                    (1) แผนผังและแผนพัฒนาปิโตรเลียม

                    (2) ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของสถานีผลิตหรือแท่นประกอบการผลิต

                    (3) แผนป้องกันภัยและเผชิญเหตุฉุกเฉิน

                    (4) วิธีดำเนินการหรือคู่มือการจัดการด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม

          ในกรณีจำเป็น อธิบดีอาจสั่งให้ผู้รับสัมปทานส่งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลใดๆ ตามวรรคหนึ่งก็ได้ และผู้รับสัมปทานต้องส่งรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นภายในเวลาตามที่อธิบดีกำหนด

          ข้อ 15 ในระหว่างการผลิตปิโตรเลียม ผู้รับสัมปทานต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงสถานีผลิตหรือแท่นประกอบการผลิต อุปกรณ์ในระบบ การผลิต การกักเก็บ การวัดปริมาณ การขนส่ง หรืออุปกรณ์อื่นๆ และจะต้องส่งแบบแปลนสำหรับการก่อสร้าง (as-built drawing for piping and instrumentation diagram) ครั้งล่าสุดให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติทราบ ทุกสองปี

          ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงตามวรรคหนึ่งมีผลกระทบต่อการผลิตปิโตรเลียมอย่างมีนัยสำคัญ ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

          ข้อ 16 ในการผลิตก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือน้ำมันดิบ ผู้รับสัมปทานต้องติดตั้ง อุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับวัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือน้ำมันดิบที่จะขาย หรือจำหน่าย แล้วแต่กรณี

          อุปกรณ์สำหรับวัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือน้ำมันดิบ การติดตั้ง วิธีการวัด การคำนวณ และการปรับเทียบอุปกรณ์ดังกล่าว ให้เป็นไปตามมาตรฐานดังต่อไปนี้ หรือมาตรฐานอื่นใดที่อธิบดีเห็นชอบ

                    (1) กรณีของก๊าซธรรมชาติให้เป็นไปตามมาตรฐานของ American Gas Association (AGA)

                    (2) กรณีของก๊าซธรรมชาติเหลวหรือน้ำมันดิบให้เป็นไปตามมาตรฐานของ American Petroleum Institute (API)

 

          ผู้รับสัมปทานต้องไม่ถอดอุปกรณ์สำหรับวัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือน้ำมันดิบ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เว้นแต่กรณีฉุกเฉิน ให้ถอดออกได้ แต่ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบโดยพลัน

          ข้อ 17 ผู้รับสัมปทานต้องปรับเทียบอุปกรณ์สำหรับวัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติ
ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือน้ำมันดิบตามระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด โดยเป็นไปตามมาตรฐานหรือ คู่มือของอุปกรณ์นั้นๆ ที่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี โดยผู้รับสัมปทานต้องรายงานผลการปรับเทียบ ให้อธิบดีทราบตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับจากวันปรับเทียบเสร็จ

          ในการปรับเทียบอุปกรณ์สำหรับวัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือน้ำมันดิบครั้งแรก ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และต้องกระทำต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยผู้รับสัมปทานเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งสิ้น

          ข้อ 18 เมื่อปรากฏว่าอุปกรณ์วัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติคลาดเคลื่อนไปจากเกณฑ์ที่ ผู้ผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวกำหนดไว้เกินร้อยละสอง ผู้รับสัมปทานต้องคำนวณแก้ไขอัตราการไหลในระหว่างที่ อุปกรณ์วัดอัตราการไหลคลาดเคลื่อนตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

                    (1) ในกรณีที่ทราบว่าอุปกรณ์วัดอัตราการไหลเริ่มคลาดเคลื่อนเมื่อใด การคำนวณแก้ไขอัตราการไหลให้คิดจากระยะเวลาที่อุปกรณ์วัดอัตราการไหลเริ่มคลาดเคลื่อน

                    (2) ในกรณีที่ไม่ทราบว่าอุปกรณ์วัดอัตราการไหลคลาดเคลื่อนเมื่อใด การคำนวณแก้ไขอัตราการไหลให้คิดจากระยะเวลาครึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่ปรับเทียบอุปกรณ์วัดอัตราการไหลครั้งหลังสุดถึงเวลาที่ปรับเทียบอุปกรณ์วัดอัตราการไหลครั้งใหม่

ในกรณีที่อุปกรณ์วัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติชำรุดเสียหายหรือไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเหตุใดๆ ผู้รับสัมปทานต้องประมาณอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติในระหว่างที่อุปกรณ์ชำรุด เสียหายหรือไม่สามารถใช้การได้ โดยใช้ข้อมูลที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการวัดอัตราการไหลตามที่อธิบดีเห็นชอบ

          ข้อ 19 เมื่อปรากฏว่าผลการปรับเทียบมาตรวัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ น้ำมันดิบแตกต่างจากผลการปรับเทียบครั้งล่าสุดเกินร้อยละศูนย์จุดสองห้า ให้ถือว่ามาตรวัดอัตราการไหลของ ก๊าซธรรมชาติเหลวหรือน้ำมันดิบนั้นผิดปกติ

          ในกรณีที่มาตรวัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติเหลวหรือน้ำมันดิบผิดปกติ ชำรุดเสียหาย หรือไม่สามารถใช้การได้ด้วยเหตุใดๆ ผู้รับสัมปทานต้องจัดการแก้ไขหรือซ่อมแซมให้อยู่ ในสภาพปกติพร้อมทั้งปรับเทียบก่อนที่จะนำมาตรวัดนั้นไปใช้วัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติเหลว หรือน้ำมันดิบ และให้นำข้อ 18 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

          ข้อ 20 ห้ามผู้รับสัมปทานขนส่งก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือน้ำมันดิบเพื่อขายหรือ จำหน่ายโดยไม่ผ่านอุปกรณ์สำหรับวัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือน้ำมันดิบ

ในการวัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติ ผู้รับสัมปทานต้อง

                    (1) คำนวณปริมาณของก๊าซธรรมชาติที่อุณหภูมิ 60 องศาฟาเรนไฮท์ และความดันสัมบูรณ์ 14.7 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว

                    (2) ใช้ความดันบรรยากาศเท่ากับ 14.7 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว สำหรับปรับเทียบอุปกรณ์วัดอัตราการไหลของก๊าซธรรมชาติ

          ข้อ 21 ในการผลิตน้ำมันดิบ กรณีที่ได้ก๊าซธรรมชาติขึ้นมาพร้อมกับน้ำมันดิบ ผู้รับสัมปทานต้อง ดำเนินการตามสมควรเพื่อนำก๊าซธรรมชาตินั้นไปใช้ให้เป็นประโยชน์ทุกวิถีทาง แต่ถ้าพิจารณาในด้านเศรษฐกิจแล้ว ไม่สามารถจะกระทำได้ ผู้รับสัมปทานจะเผาหรือระบายก๊าซธรรมชาตินั้นทิ้งตามวิธีที่อธิบดีเห็นชอบก็ได้

          ข้อ 22 ในการผลิตก๊าซธรรมชาติ ผู้รับสัมปทานจะต้องใช้ความระมัดระวังที่จำเป็นเพื่อป้องกัน มิให้มีการเผาหรือระบายก๊าซธรรมชาติทิ้งในปริมาณที่มากเกินสมควร เว้นแต่มีเหตุจำเป็นในด้าน ความปลอดภัย และด้านเทคนิคในการผลิตปิโตรเลียม และได้รับอนุมัติจากอธิบดี

          ในกรณีฉุกเฉินที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ให้ผู้รับสัมปทานดำเนินการไปก่อนได้ แต่ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีทราบโดยพลัน

          ข้อ 23 ห้ามผู้รับสัมปทานเผาก๊าซธรรมชาติเหลวหรือน้ำมันดิบทิ้งไม่ว่ากรณีใดๆ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นในด้านความปลอดภัยและด้านเทคนิคในการผลิตปิโตรเลียม และได้รับอนุมัติจากอธิบดี

          ในกรณีฉุกเฉินที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ให้ผู้รับสัมปทานดำเนินการไปก่อนได้ แต่ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีทราบโดยพลัน

          ข้อ 24 เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในที่ใด เว้นแต่อธิบดีจะสั่งเป็นอย่างอื่น ผู้รับสัมปทานต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

                    (1) ทำพื้นดินและพื้นน้ำให้กลับมีสภาพเหมือนเดิมเท่าที่สามารถจะกระทำได้

                    (2) ทำกำแพงหรือรั้วล้อมรอบขุม หลุม ร่อง และบ่อที่ผู้รับสัมปทานขุดไว้ และที่ยังใช้ประโยชน์อยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือสัตว์

                    (3) ถมขุม หลุม ร่อง และบ่อที่ผู้รับสัมปทานขุดไว้ แต่ไม่ใช้ประโยชน์ต่อไป ให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิมเท่าที่สามารถจะกระทำได้ เว้นแต่ผู้รับสัมปทานตกลงกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินนั้น

                    (4) รื้อถอนฐานคอนกรีต โครงก่อสร้าง และอาคารที่อยู่อาศัย นำเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัสดุอื่นใดที่ไม่ใช้ประโยชน์ต่อไปแล้วออกจากบริเวณหลุมเพื่อการสำรวจหรือหลุมเพื่อการผลิต และจัดการเศษปิโตรเลียม ของเสีย สิ่งปฏิกูล หรือวัสดุหรือสารเคมีที่ไม่ใช้แล้วในบริเวณนั้นให้หมด

                    (5) ขนย้ายหรือทำลายสิ่งกีดขวาง รบกวน หรือเป็นอันตรายต่อการคมนาคม
การประมง หรือทรัพย์สินของแผ่นดิน หรือบุคคลอื่น

ผู้รับสัมปทานต้องกระทำการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน

          ข้อ 25 ในกรณีที่มีอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งให้อธิบดี ทราบ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง และให้รายงานรายละเอียดของอุบัติเหตุนั้นเป็นหนังสือภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง
นับแต่เกิดเหตุ

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

 

อารักษ์ ชลธาร์นนท์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน